Home » เอไอเอ จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้” ชวน พลอย เฌอมาลย์ แชร์ประสบการณ์

เอไอเอ จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้” ชวน พลอย เฌอมาลย์ แชร์ประสบการณ์

โดย Reporter 1
85 views

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจาก คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์หลังตรวจพบโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจถึงการกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง และการวางแผนความคุ้มครองผ่านประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจในการใช้ชีวิต

ภายในงานมีตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย เข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อร่วมรับฟังแนวคิดและเสริมพลังในการนำเสนอคุณค่าของการวางแผนด้านสุขภาพให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”

คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 15 ส่งผลให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร

ทั้งนี้ เอไอเอในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ มุ่งส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล พร้อมสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัว ผ่านการวางแผนความคุ้มครองอย่างเหมาะสม โดยแนะนำให้เริ่มทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรืออย่างน้อยตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ความเสี่ยงด้านสุขภาพเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับความคุ้มครองโรคร้ายแรง ควรครอบคลุม 3 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด เนื่องจากข้อมูลการเคลมพบว่าสัดส่วนของโรคในกลุ่มนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคที่พบมากในผู้หญิงไทย และยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต

นอกจากนี้ ระดับความคุ้มครองที่เหมาะสมควรเริ่มต้นที่ประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เช่น การผ่าตัด การฉายแสง หรือการรักษาแบบมุ่งเป้า รวมถึงช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้และระยะพักฟื้น

คุณชลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในมุมของผู้ที่เคยเผชิญโรคร้าย เพื่อส่งต่อมุมมองให้แก่ตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน โดยหวังว่าเรื่องราวดังกล่าวจะช่วยสร้างความตระหนักรู้และเป็นแรงผลักดันให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนความคุ้มครองสุขภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบ และพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตหลังเผชิญโรคร้ายแรง โดยเปิดเผยว่า “มะเร็งเป็นโรคที่ใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด” แม้ที่ผ่านมาเธอจะดูแลสุขภาพอย่างดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมีภาพลักษณ์ของคนแข็งแรง แต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่หนักหน่วง ก็อาจทำให้ร่างกายสะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

คุณพลอยเล่าว่า การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ซึ่งในช่วงเวลานั้นสร้างผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างมาก โดยเฉพาะความเครียด ความกังวล และการสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง น้ำหนักลดลงถึง 13 กิโลกรัมภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน รวมถึงมีภาวะนอนไม่หลับและหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม

อย่างไรก็ตาม หลังจากตั้งสติและยอมรับสถานการณ์ เธอเลือกที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งในกรณีของเธอเป็นการรักษาด้วยการฉายแสงจำนวน 25 ครั้ง ติดต่อกันสัปดาห์ละ 5 วัน แม้ไม่ต้องเข้ารับเคมีบำบัด แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดอยู่ในระดับสูงเกือบ 3 ล้านบาท

“สิ่งที่ช่วยให้เราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ นอกจากกำลังใจแล้ว คือการมีประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง ที่เข้ามาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษา ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน และสามารถโฟกัสกับการรักษาได้อย่างเต็มที่” คุณพลอยกล่าว

นอกจากนี้ เธอยังได้แบ่งปันมุมมองการใช้ชีวิตหลังผ่านวิกฤตสุขภาพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “การมีสติ” และการกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งมองว่าความสุขและทัศนคติเชิงบวกมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย

คุณพลอยยังฝากถึงคนไทยว่า การเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยไม่คาดคิด การตรวจพบโรคได้เร็วถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และควรเริ่มวางแผนความคุ้มครองด้านสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะประกันโรคร้ายแรงที่ควรครอบคลุมโรคสำคัญ

สำหรับผู้หญิง เธอแนะนำให้ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงไทย การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันควบคู่กับการมีหลักประกันที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด