Home » ฟอร์ดยกระดับศูนย์เพื่อนชุมชนกรุงเทพฯ สู่โมเดล “พื้นที่แห่งโอกาส” สร้าง Social Ecosystem เปลี่ยนชุมชนสู่ความยั่งยืน

ฟอร์ดยกระดับศูนย์เพื่อนชุมชนกรุงเทพฯ สู่โมเดล “พื้นที่แห่งโอกาส” สร้าง Social Ecosystem เปลี่ยนชุมชนสู่ความยั่งยืน

โดย Reporter 1
118 views

ท่ามกลางความท้าทายของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ความเปราะบางของประชากร และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคม “พื้นที่” กำลังถูกนิยามใหม่ ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

ฟอร์ด ประเทศไทย นำแนวคิดนี้มาพัฒนา “ศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน กรุงเทพฯ” (Ford Community Center: FCC) ในย่านนางเลิ้ง สู่โฉมใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ชุมชน แต่กำลังกลายเป็น “ระบบนิเวศทางสังคม” ที่เชื่อมโยงผู้คน องค์กร และทรัพยากรเข้าด้วยกันอย่างมีเป้าหมาย

การพัฒนานี้ยังเชื่อมโยงกับ “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC กรุงเทพฯ)” ซึ่งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือขององค์กรเพื่อสังคมในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2019 โดยทำหน้าที่ต่อยอดโมเดลจากเมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา สู่บริบทของชุมชนเมืองในเอเชีย

ภายใต้วิสัยทัศน์ระดับโลกของฟอร์ดที่มุ่ง “สร้างโลกที่ดีกว่าให้ทุกคนมีโอกาสในการใช้ชีวิตและไล่ตามความฝัน” ศูนย์แห่งนี้จึงสะท้อนการขยับจาก CSR แบบดั้งเดิม ไปสู่การลงทุนเชิงระบบเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นางเลิ้งถูกเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพราะมีโครงสร้างชุมชนที่ใกล้เคียงกับดีทรอยต์ ทั้งในมิติของความหลากหลาย ความเปราะบาง และศักยภาพของคนในพื้นที่ ที่สำคัญคือ “ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น” ในการออกแบบและกำหนดทิศทางของศูนย์ ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และทำให้ศูนย์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

รัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับฟอร์ด การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนไม่ใช่เพียงบทบาท แต่คือพันธกิจที่อยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร การพัฒนาศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชนในนางเลิ้งครั้งนี้ สะท้อนการเติบโตจากความร่วมมือของพันธมิตรและคนในพื้นที่ เราไม่ได้เข้ามาเพียงสร้างอาคาร แต่เข้ามาสร้างโอกาส และเดินไปกับชุมชนในระยะยาว”

ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 นับเป็นแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก และเป็นแห่งที่ 5 ของโลก โดยในช่วง 5 ปีแรกได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการพัฒนาโมเดลความร่วมมือทางสังคม ก่อนจะขยายผลสู่การเป็นแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบในปัจจุบัน

โครงสร้างใหม่ภายใต้แนวคิด “One Campus, Three Buildings” ถูกออกแบบให้แต่ละพื้นที่ทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อแก้ปัญหาสังคมในหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงอาหาร สุขภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจ

อาคาร Impact Hub ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขององค์กรเพื่อสังคมและระบบจัดการอาหารส่วนเกิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดปัญหาขยะอาหารและเพิ่มการเข้าถึงอาหารให้กับกลุ่มเปราะบาง ขณะที่ Bangkok 1899 เป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางอาชีพให้กับเยาวชนและผู้ลี้ภัย ส่วน Community Center ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ล่าสุด ถูกออกแบบเพื่อดูแลคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเรียนรู้ สุขภาพ และการพัฒนาชีวิต

เจน ฮอลโลเวย์ ผู้จัดการอาวุโส ฟอร์ด ฟิแลนโธรพี กล่าวถึงบทบาทของศูนย์ว่า “เราไม่ได้มองแค่การสร้างพื้นที่ แต่เรากำลังสร้าง ‘โครงสร้างของโอกาส’ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับทรัพยากร ความรู้ และเครือข่าย เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาชีวิตของตัวเองได้อย่างยั่งยืน”

ขณะที่ แมรี่ คัลเลอร์ ประธานฟอร์ด ฟิแลนโธรพี กล่าวว่า “สิ่งที่เราเห็นจากศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชนทั่วโลก คือพลังของความร่วมมือ เมื่อองค์กร ชุมชน และพันธมิตรทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง และกรุงเทพฯ คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดนี้”

ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน กรุงเทพฯ ได้สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวิกฤตโควิด-19 สามารถส่งมอบอาหารมากกว่า 1 ล้านมื้อ และชุดช่วยเหลือกว่า 31,000 ชุดให้กับกลุ่มเปราะบาง ขณะที่ความร่วมมือกับพันธมิตรด้านอาหารสามารถกู้คืนอาหารได้มากกว่า 10 ล้านกิโลกรัม และแปรรูปเป็นอาหารแจกจ่ายกว่า 42 ล้านมื้อ ครอบคลุมกว่า 5,000 ชุมชนทั่วประเทศ

ในด้านการพัฒนาคน ศูนย์ฯ ได้สนับสนุนโครงการด้านสุขภาวะและการศึกษา มากกว่า 30 โครงการ เข้าถึงผู้คนกว่า 21,000 ราย และจัดอบรมพัฒนาทักษะมากกว่า 700 หลักสูตร เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เห็นเส้นทางชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น

การขยายศูนย์ในครั้งนี้ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงโอกาสให้กับผู้คนได้มากขึ้นไม่น้อยกว่า 500 คนต่อปี ผ่านโครงการใหม่ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์โครงสร้างประชากรในแต่ละช่วงวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในเมือง

การยกระดับศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชนในครั้งนี้ จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “การให้” ไปสู่ “การสร้างระบบ” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาชีวิตของตนเอง

และในโลกที่ความท้าทายทางสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น โมเดลแบบนี้อาจเป็นคำตอบสำคัญของการพัฒนาเมืองในอนาคต ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่จาก “โอกาส” ที่ถูกออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

โดยที่นางเลิ้ง พื้นที่เล็ก ๆ ใจกลางกรุงเทพฯ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อชุมชนมีส่วนร่วม และมีระบบสนับสนุนที่แข็งแรง การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับประเทศ

You may also like

The-Perspective แหล่งรวมองค์ความรู้ มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เกาะติดข่าวสารคาดการณ์อนาคต

Tel:  081-619-9494
Email:
editor@the-perspective.co
naiyanaone@gmail.com

Total Visit:

468,463

16/04/2026

Latest Posts

The-Perspective © All Right Reserved.

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด