ผู้เรียบเรียง: ภัทรฐพงศ์ จันทภาษา / Jojoejung Joe
๒๔ มิถุนายน วันเจ้าพระยาบดินทรเดชา วันคล้ายวันอสัญกรรมของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ลูกบดินทรขอเชิดชูคุณงามความดี ความเสียสละของท่าน
ในฐานะที่ตนเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่นที่ ๑๖ จึงใคร่ขอนำประวัติของท่านมาเผยแผ่ เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี ความกล้าหาญเสียสละ ที่ท่านได้ต่อสู้เพื่อเอกราชไทยให้ดำรงศักดิ์ศรีสืบไว้ ตราบกระทั่งทุกวันนี้
ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา นามเดิมท่านคือ สิงห์ สิงหเสนี เกิดในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๐ เมื่อเริ่มเข้าราชการเป็นสมุหนายก ในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา นับเป็นขุนพลแก้วคู่พระราชบัลลังก์ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกย่องอยู่ตลอดเวลา
ผลงานที่นับว่ายิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ก็คือสามารถปราบกบฏเวียงจันทน์ จนได้ตัวเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ มาสำเร็จโทษ และตีญวณที่เข้ายึดครองกัมพูชา ให้กลับสู่พระบรมโพธิสมภารดังเดิม ทำให้ผืนแผ่นดินไทยมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล
ท่านยังเป็นบุคคลชาวสยามเพียงท่านเดียว ที่มีอนุสาวรีย์อยู่นอกอาณาจักรไทย คือตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และท่านผู้เป็นต้นตระกูล “สิงหเสนี” เป็นบุตรคนที่ ๔ ของเจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น) กำเนิดแต่ท่านผู้หญิงฟัก เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๓๒๐ อันเป็นปีที่ ๑๐ ในสมัยของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่เกิดอยู่ในเขตพระนคร เชิงสะพานช้างโรงสีหน้ากระทรวงมหาดไทย ในปัจจุบัน
เมื่อเติบใหญ่เจริญวัยขึ้น ท่านเจ้าพระยาอภัยราชา ผู้เป็นบิดาได้นำตัวนายสิงห์ เข้ารับราชการใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร และได้รับพระราชทานยศศักดิ์ อันเป็นผลมาจากความเพียร ในหน้าที่ราชการในขั้นแรกคือ ตำแหน่ง จมื่นเสมอใจราช และพระนายเสมอใจ ต่อมาได้เป็นพระยาเกษตร รักษาว่าการกรมนาฝ่ายพระราชวังบวร ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ภายหลังเมื่อรัชกาลที่ ๓ ขึ้นครองราชสมบัติจึงโปรดให้เป็น “พระยาราชสุภาวดี”
ท่านพระยาราชสุภาวดี ได้ทำความดีความชอบไว้มากมายในรัชกาลนี้ เนื่องจากเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ คิดการกบฏขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๖๙ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสุภาวดีเป็นแม่ทัพหน้า ยกไปปราบปรามบรรดาพวกกบฏ ท่านได้รบอย่างกล้าหาญ จนพวกกบฏมิอาจจะต่อต้านได้ ถึงกับถอยร่นไม่เป็นขบวน
ในที่สุดทัพของพระยาราชสุภาวดี ก็ยกเข้าครองจำปาศักดิ์ได้สำเร็จ ผลแห่งความดีความชอบในครั้งนั้นคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าพระยาราชสุภาวดี ว่าที่สมุหนายก
เสร็จศึกเจ้าอนุวงศ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ สถาปนา เจ้าพระยาราชสุภาวดีขึ้นเป็น “เจ้าพระยาบดินทรเดชา” ที่สมุหนายกใน พ.ศ. ๒๓๗๒ ขณะท่านอายุได้ ๕๒ ปี
ชีวิตของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ดูจะไม่ได้ห่างจากการศึกสงครามไปได้ เพราะอีกไม่กี่ปีต่อมา พ.ศ. ๒๓๗๖ ญวนเกิดเข้าไปแทรกแซง หาทางจะเอาเขมรเป็นของตน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ยกทัพขึ้นไปสู้รบกับญวนอีก จนกระทั่งญวนยอมทำไมตรีกับสยามแล้ว และเหตุการณ์ในกัมพูชา ก็กลับเป็นปกติตามเดิม ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา จึงเดินทางกลับเข้าสู่สยามใน พ.ศ. ๒๓๙๑ ซึ่งได้ควบคุมบ้านเมืองในเขมรนานถึง ๑๕ ปีเต็ม
ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้ใช้หลักความเฉียบขาดในการบังคับบัญชา จึงได้ผลคือ ปราบปรามกบฏเจ้าอนุวงศ์ นครเวียงจันทน์ และได้ช่วยป้องกันเขมรจากญวนได้สำเร็จ ตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเกียรติคุณมาสู่ทหาร และประเทศสยาม อย่างมากมาย
ในด้านรักษาความสงบเรียบร้อย ท่านได้รับพระบรมราชโองการจาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทำการดูแลเมืองเขมร ซ่อมแซมป้อมค่าย เมืองพระตะบอง สำหรับใช้เป็นฐานกำลังของไทยที่จะคุมเชิง และควบคุมเขมร ในความสนับสนุนของ พระองค์ด้วง กษัตริย์ของเขมร โดยเอาใจใส่ ตรวจตราดูแลความมั่นคง ความปลอดภัยให้ และจัดการสร้างเมืองอุดงมีชัย มีการขุดคูเมืองเชิงเทิน สร้างป้อมค่ายให้แข็งแรง ท่านยังได้นำนโยบายห้ามสูบฝิ่น ห้ามซื้อขายฝิ่นไปใช้ในเขมร อันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาโจรผู้ร้าย ท่านจะกวดขันห้ามปราม เมื่อจับได้จะทำโทษอย่างหนัก ไม่ละเว้นแม้แต่บุตรของท่าน
ในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ท่านได้สืบทอดพระพุทธศาสนา ไว้หลายอย่างด้วยกัน ดังนี้
สร้างวัดขึ้นใหม่ ได้แก่
๑. วัดชัยชนะสงคราม (วัดตึก เวิ้งนครเกษม)
๒. วัดเทพลีลา (วัดเทพลีลา หรือวัดตึกคลองตัน)
๓. วัดพระยาทำ (วัดกระโดน) อ.กบินทร์บุรี จ.สระแก้ว
๔. วัดแจ้ง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
๕. วัดโรงเกวียน อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
๖. วัดตาพระยา อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
๗. วัดหลวงบดินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.สระแก้ว
๘. วัดที่เมืองพระตะบอง และเมืองอุดงมีชัย
ปฏิสังขรณ์วัดที่ชำรุดทรุดโทรม ได้แก่
๑. วัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)
๒. วัดปริณายก (วัดพรหมสุรินทร์)
๓. วัดช่างทอง (ที่เกาะเรียน อยุธยา)
๔. วัดวรนายกรังสรรค์ (เขาดิน) อยุธยา
๕. วัดศาลาปูน กรุงเก่า
๖. วัดอรัญญิก แขวงเมืองสระบุรี
อสัญกรรม
ปีที่กลับจากเขมรมานั้น ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา มีอายุย่าง ๗๑ ปี แต่ก็ยังเข้มแข็ง สามารถรับราชการสนองพระเดชพระคุณได้ จนกระทั่งถึง วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๙๒ ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคปัจจุบัน (อหิวาตกโรค) ซึ่งได้ระบาดชุกชุมในปีนั้น ณ บ้านริมคลองโอ่งอ่าง (บริเวณเชิงสะพานหันกับบ้านดอกไม้) ในขณะที่ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นสมุหนายก และแม่ทัพใหญ่ ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ สิริรวมอายุ ๗๒ ปี โดยปี พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้ นับเป็นเวลา ๑๗๕ ปี ที่ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรม
ต่อมาเมื่อขึ้นปี พ.ศ. ๒๓๙๓ จึงได้พระราชทานเพลิงศพ ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ณ วัดสระเกศ เมื่อสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี (นักองด้วง หรือพระองค์ด้วง) พระเจ้ากรุงกัมพูชา ได้ทราบว่า ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์) ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว พระองค์ทรงระลึกถึงบุญคุณ ที่ท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้ช่วยเหลือปราบปรามหมู่ปัจจามิตร ทั้งช่วยจัดราชการเมืองเขมร ให้ราบคาบเรียบร้อยตลอดมา จึงสั่งสร้างเก๋งขึ้น ที่หน้าค่ายใหญ่ใกล้วัดโพธาราม ในเมืองอุดงมีชัย (เมืองหลวงเก่าเขมร) แล้วให้พระภิกษุสุก ชาวเขมรช่างปั้นฝีมือเยี่ยม ในยุคนั้น ปั้นรูปเจ้าพระยาบดินทรเดชา ขึ้นไว้เป็นอนุสาวรีย์ด้วยปูนเพชร และประกอบการกุศล มีสดับปกรณ์เป็นต้นปีละครั้งที่เก๋ง ชาวเขมรเรียกว่า “รูปองบดินทร” ตลอดมาจนบัดนี้ รูปนี้สร้างขึ้นในราวปีจอ พ.ศ. ๒๓๙๒
จากผลงานคุณงามความดี ความกล้าหาญ ความเสียสละ อันเป็นที่ปรากฏ ต่อประเทศชาติ อนุชนรุ่นหลังต่างระลึกถึงพระคุณของท่าน จึงได้มีการสร้างอนุสรณ์สถานขึ้น เพื่อเคารพสักการะหลายสถาน อาทิ
• เมืองอุดงมีชัย ประเทศกัมพูชา
• วัดจักรวรรดิราชาธิวาส (วัดสามปลื้ม)
• โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
• โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒
• โรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา
• โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
• โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี
• โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุทรปราการ
• วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.ยโสธร
• ค่ายบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
• ค่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี)
• กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑ อ.มะขาม จ.จันทบุรี
• กองกำกับการตำรวจตระเวรชายแดนที่ ๑๒ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
• ค่ายบดินทรเดชา กรมทหารราบที่ ๑๖ อ.เมือง จ.ยโสธร
ข้อมูล : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์ bodin.ac.th
ภาพประกอบ : รูปปั้นท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถ่ายเมื่อวันครูบดินทร ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗
