Home » Taxi โปรดทราบ!.. Grab ไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือสัญญาณเตือนจากอนาคต

Taxi โปรดทราบ!.. Grab ไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือสัญญาณเตือนจากอนาคต

โดย ปฐม อินทโรดม
779 views

บทความโดย: คุณปฐม อินทโรดม  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)

เมื่อศัตรูตัวจริงของแท็กซี่ไม่ใช่ Grab แต่คือ “แท็กซี่ไร้คนขับ” ที่กำลังคืบคลานเข้ามา—ใครไม่ปรับตัว จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกที่เทคโนโลยีไม่เคยหยุดเดิน

ตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราเห็นการเปิดศึกระหว่างแท็กซี่ และ Platform ยอดนิยมอย่าง Grab ปะทุขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และถ้าเราย้อนดูข่าวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นการเผชิญหน้ากันของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นระยะๆ โดยเฉพาะในสนามบินใหญ่หลายแห่ง

แน่นอนว่า สาธารณชนจับตาดูความเคลื่อนไหวครั้งนี้กันอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวและแต่ละคนก็ล้วนมีประสบการณ์แย่ๆ กับบริการของรถแท็กซี่กันมาไม่มากก็น้อย ส่วนตัวผมนั้นอยากจะย้ำเตือนคนขับแท็กซี่ทุกคนเพียงข้อเดียวคือ…  

“หยุดมอง Grab หรือแอปเรียกรถทั้งหลายเป็นศัตรูได้แล้ว เพราะพวกเขาไม่ใช่คู่แข่งที่มาแย่งอาชีพ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่า โลกกำลังเปลี่ยน และถ้าเราไม่เปลี่ยนตาม อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังในที่สุด”

เพราะศัตรูตัวจริงไม่ใช่ Grab… แต่คือ “แท็กซี่ไร้คนขับ” ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และอาจแพร่หลายภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แท็กซี่ไร้คนขับจะไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่มันเปิดให้บริการแล้วในหลายประเทศ และได้การตอบรับอย่างดีเยี่ยมเพราะ…

  • ไม่บ่น ไม่เหนื่อย ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร
  • ไม่เร่งรีบ ไม่เลือกผู้โดยสาร ไม่โก่งราคา
  • ไม่ขับอ้อม ไม่ออกนอกเส้นทาง
  • ไม่อู้ ทำงานได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไม่มีพักกินข้าว ไม่ต้อง “ส่งรถ” และไม่เคยโกงผู้โดยสาร

ปัจจุบันเราจะเห็นแท็กซี่ไร้คนขับในหลายประเทศ เช่น อเมริกา Waymo (Google), Cruise (GM), Zoox (Amazon) จีน Baidu Apollo Go, Pony.ai, AutoX และการทดลองใช้ในญี่ปุ่น เยอรมัน สิงคโปร์ ดูไบ ฯลฯ

แม้จะยังไม่แพร่หลาย แต่จากการสำรวจผู้ใช้ในอเมริกากว่า 85% รู้สึกพึงพอใจกับความสะอาด ความปลอดภัย และการไม่ต้องเจอพฤติกรรมหยาบคายจากคนขับ ในขณะที่ได้คะแนนความปลอดภัยเฉลี่ย 4.9/5 เช่นเดียวกับผู้ใช้ในจีนที่ผลการสำรวจระบุว่า 92% ของผู้ใช้ยินดีใช้บริการซ้ำ เพราะสะดวกและตรงเวลา

คิดไม่ออกว่าวันที่ขบวนแท็กซี่ไร้คนขับเหล่านี้มาถึงเมืองไทยแล้วผลกระทบจะรุนแรงแค่ไหน เพราะลำพังแค่ Platform พื้นๆ อย่าง Grab ยังมีแท็กซี่ออกมาประท้วงกันมากมาย แต่จากประสบการณ์ ผมก็เห็นแท็กซี่หลายคันที่ปรับตัวเข้าหา Platform เหล่านี้ “ลุงชัย” เป็นหนึ่งในนั้น

“ตอนแรกก็กลัวครับ เห็นเพื่อนบ่นกันว่าแอปมาแย่งงาน รายได้น้อยลง แต่ผมคิดว่า ถ้าด่าแล้วไม่ดีขึ้น ก็ต้องลองเรียนรู้มันดู”

ลุงชัยเริ่มเรียนรู้การใช้งานแอป Grab พร้อมแต่งรถให้สะอาด ใส่ใจบริการ จนมีลูกค้าประจำมากขึ้นเรื่อยๆ

“ผมพูดจาดีขึ้น ยิ้มให้ผู้โดยสาร ทำรถให้มีกลิ่นหอมๆ แล้วก็ไม่ปฏิเสธใครเลยครับ และทุกวันนี้ไม่รอผู้โดยสาร ผมให้ผู้โดยสารรอผมผ่านแอปเพิ่มด้วย”

ลุงชัยเป็นผู้กระตุ้นให้คนขับแท็กซี่คนอี่นๆ ต้องถามตัวเองว่า…

 • คุณขับรถด้วยรอยยิ้ม หรือความเบื่อหน่าย?

 • คุณให้บริการ หรือแค่ทำงาน?

 • คุณใช้เทคโนโลยี หรือยังมองมันเป็นศัตรู?

เพราะถึงวันหนึ่งที่การเปลี่ยนแปลงมาถึง ถ้าไม่ปรับตัวคุณจะถูกปรับออก

เทคโนโลยีไม่เคยหยุดเดิน และไม่รอใคร “แท็กซี่ไร้คนขับ” กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ และคนขับแท็กซี่ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ขับดีที่สุด แต่คือคนที่ เรียนรู้และปรับตัวได้เร็วที่สุด

อาชีพนี้ยังมีเกียรติ ถ้าคุณพร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเปลี่ยนชีวิตครับ

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด