Home » TDG ชูแพลตฟอร์ม Digital Intelligence Fabric ติดจรวดให้องค์กรธุรกิจ

TDG ชูแพลตฟอร์ม Digital Intelligence Fabric ติดจรวดให้องค์กรธุรกิจ

โดย กองบรรณาธิการ
152 views

Key point

  • TDG เผยเทคโซลูชันยุค AI นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 8 องค์ประกอบ
  • TDG Agnostic Platform คือ แดชบอร์ดเดียวสามารถดูได้ทุกโซลูชั่นเป็นจุดที่โดดเด่น และทำให้องค์กรเห็นภาพรวมทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน
  • SME ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย ภายใต้หัวใจหลักคือ Affordable (คุ้มค่า) Security (ความปลอดภัย), และ Simply (ง่าย)

ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป หรือ TDG ได้เน้นย้ำ 3 เมกะเทรนด์สำคัญของเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทต่อองค์กรธุกิจ ได้แก่ การรวมเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน (Integration) การนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ในระดับที่ใช้ได้จริง (Innovation at Scale) และการเพิ่มความรวดเร็วของผลลัพธ์ (Acceleration)

แนะให้องค์กรต่าง ๆ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ พร้อมเผยทิศทางของเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลในปี 2026 ที่มุ่งเน้นที่ “Digital Intelligence Fabric” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทุกองค์กรควรมี ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงและผสมผสานเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชันนี้ช่วยให้ระบบ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และข้อมูลถูกเชื่อมต่ออย่างชาญฉลาด ทำให้องค์กรสามารถเผชิญกับความท้าทาย ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนและจับต้องได้

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกธุรกิจในปี 2569 — เทคโนโลยีทั้งหมดจะหลอมรวมเข้าหากัน

รายงานอุตสาหกรรมชี้ว่า ปี 2568-2573 จะเป็นช่วงที่การลงทุนด้านดิจิทัลเติบโตสูง

• การใช้จ่ายเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Spending) ปี 2568 อยู่ที่ 10.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มเป็น 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

• รัฐบาลไทยอนุมัติลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ รวม 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมตั้งเป้าสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 280,000 คน และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อีกกว่า 50,000 คน

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้ “การบูรณาการเทคโนโลยี” กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกองค์กร

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่องค์กรไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่แบบจริงจัง เนื่องจากการเปลี่ยนสู่ดิจิทัลกลายเป็นปัจจัยจำเป็นในการแข่งขัน ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ประการอย่างเด่นชัด ได้แก่ Integration, Innovation at Scale และ Acceleration โดยเทคโนโลยีดิจิทัลจะเชื่อมโยงและผสานกันอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น โดยมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

​“หากองค์กรยังไม่รีบวางฐานที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ อาจเสียเปรียบในการแข่งขัน เผชิญความเสี่ยงต่อการเติบโต และพลาดโอกาสทางธุรกิจ สถานการณ์เหล่านี้จึงผลักดันให้ทุกองค์กรต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อครบถ้วน. Digital Intelligence Fabric จะช่วยองค์กรรับมือการเปลี่ยนแปลง โดยทำหน้าที่ผสานทุกระบบ ลดความยุ่งยาก เร่งความเร็ว และให้เทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์ธุรกิจที่แท้จริง ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทุกองค์กรทุกขนาดขาดไม่ได้”

ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำเสนอแพลตฟอร์มเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลด้วย Digital Intelligence Fabric ถักทอ 8 องค์ประกอบหลัก เป็นโซลูชันอัจฉริยะสำหรับองค์กรทุกขนาดภายใต้ชื่อTDG Agnostic Platform”

Digital Intelligence Fabric เป็นองค์ประกอบของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ถักทอเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน คือ การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทั้งโมบายล์และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ต่อยอดเชื่อมต่อไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน เสริมพลังระบบต่างๆ ขององค์กรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และทำให้การใช้เทคโนโลยีเกิดผลลัพธ์จริง ไม่ใช่แค่การทดลองเหมือนในอดีตที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะจับต้องได้เป็นรูปธรรม

Digital Intelligence Fabric ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

  1. Vertical Cloud with Embedded Security คลาวด์อัจฉริยะพร้อมระบบความปลอดภัยในตัวตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี ลดภาระด้านบุคลากรไอที ช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานคลาวด์ได้อย่างมั่นใจและขยายระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)
  2. Connectivity & IoT Platform เชื่อมทุกสิ่งรอบตัว ทั้งอุปกรณ์ เครื่องจักร และเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้ากับโลกดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ภาคสนาม อาคาร ยานพาหนะ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม การตรวจสอบ และการวิเคราะห์เชิงลึก
  3. Computer Vision AI เปลี่ยนกล้องวงจรปิดเดิมให้ฉลาดขึ้นทันทีด้วย AI โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ตรวจจับ วิเคราะห์ แจ้งเตือนความผิดปกติแบบเรียลไทม์ ทั้งด้านความปลอดภัย การปฏิบัติงาน และประสบการณ์ลูกค้า ช่วยลดต้นทุนขณะที่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
  4. Connected Building & Energy Management แพลตฟอร์มบริหารอาคารและพลังงานเพื่อประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability) ควบคุมอุณหภูมิ แสงสว่าง และการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบรายงานการปล่อยคาร์บอนครบวงจร รองรับเป้าหมาย ESG
  5. Smart Logistics & Supply Chain ระบบจัดการขนส่งและซัพพลายเชนแบบอัจฉริยะ เพื่อความรวดเร็ว ปลอดภัย และคุ้มค่าสูงสุด เก็บข้อมูล Telemetric วิเคราะห์พฤติกรรมการขับ เลือกเส้นทางที่เหมาะสม ลดอุบัติเหตุ ลดค่าใช้จ่าย และบริหารส่วนอื่นๆ ในระบบซัพพลายเชน เช่น การต่อเชื่อมกับระบบคลังสินค้า (warehouse)
  6. Data & AI Platform ดึงพลังจากข้อมูลทุกแหล่งเพื่อนำไปสร้างรายได้ ลดต้นทุน และเร่งการสร้าง AI ให้เร็วขึ้น รวมข้อมูลทั้งองค์กร ใช้งานง่ายแบบ No-code / Low-code ช่วยให้หน่วยธุรกิจสร้างแดชบอร์ด วิเคราะห์โมเดล AI และพัฒนาบริการใหม่ได้อย่างทันที รวมถึงการควบรวมข้อมูลจาก Telco ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
  7. Managed Cybersecurity ระบบความปลอดภัยครบวงจรที่ช่วยปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามยุคใหม่ตลอด 24/7 บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ปรับมาตรฐานความปลอดภัยรองรับการขยายระบบ ช่วยองค์กรลดภาระด้านเครื่องมือและบุคลากร พร้อมผลลัพธ์ด้าน Compliance
  8. Digital Skill & Development ยกระดับคนให้พร้อมเติบโตไปกับเทคโนโลยี เรียนรู้ ทดลองทำจริง และสร้างวัฒนธรรมดิจิทัลในองค์กร พัฒนาความรู้ด้าน Data / AI / Cyber / Cloud พร้อมวางโรดแมปการ upskill & reskill เพื่อให้บุคลากรพร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ตลอดเวลา

เอกราช กล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ใช้เวลาในการพัฒนา TDG Agnostic Platform ที่มาพร้อม 8 โซลูชั่นดังกล่าวราว 5-6 ปีจนมีความชาญฉลาดที่แข็งแกร่ง ตอบโจทย์ธุรกิจไทยได้อย่างลงตัว สามารถเลือกใช้โซลูชั่นใดก็ได้ตามความต้องการ และจ่ายค่าบริการแบบรายเดือน องค์กรธุรกิจไม่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การลงทุนเทคโนโลยีซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล โดยแพลตฟอร์มของบริษัทเหมาะกับทั้งองค์กรขนาดใหญ่ ไปจนถึง SME ในทุกประเภทธุรกิจ

สิ่งสำคัญที่สุดของ TDG Agnostic Platform คือ แดชบอร์ดเดียวสามารถดูได้ทุกโซลูชั่นเป็นจุดที่โดดเด่น และทำให้องค์กรเห็นภาพรวมทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน

“SME จะเป็นตลาดที่มุ่งเน้นการเข้าถึงมากขึ้น นอกจากที่ผ่านมามีลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ และขนาดกลางอยู่แล้ว โดยโซลูชั่นของเราจะช่วยให้ SME ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย ภายใต้หัวใจหลักคือ Affordable (คุ้มค่า) Security (ความปลอดภัย), และ Simply (ง่าย)”

Affordable (คุ้มค่า): ระบบที่นำเสนอได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ SME สามารถหยิบไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการลงทุน (investment) ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตั้งกล้องเพื่อดูพนักงานว่าทำตามขั้นตอนถูกต้องหรือไม่ อาจเริ่มต้นที่ประมาณหลักร้อยบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก

Security (ความปลอดภัย): การให้บริการรวมถึงเรื่องความปลอดภัย (Security) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญข้อยุคแห่งข้อมูล โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ผนวกระบบความปลอดภัยมาให้ด้วย

Simply (ง่าย): การใช้งานจะเน้นความง่าย โดยทุกอย่างจะเป็น service 100% ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนง่ายต่อการใช้งาน

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การ integrate technology ด้วยคนที่มีความเข้าใจ ทั้ง บิสซิเนสและเทคโนโลยี หากอินทิเกรตได้ดี ก็จะทำให้ขับเคลื่อนขบวนการได้ดี นั่นคือ ทำให้เราใช้ เทคโนโลยีได้ดี ตอบโจทย์การพัฒนางค์กรและการแข่งขันนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เอกราช กล่าวทิ้งทาย

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด