Home » มูลนิธิโคคา-โคลา ผนึกแม่ฟ้าหลวงเดินหน้าโครงการ “เก็บ” ไทยให้สวยงาม ช่วยรีไซเคิลกว่า 7,200 ตัน

มูลนิธิโคคา-โคลา ผนึกแม่ฟ้าหลวงเดินหน้าโครงการ “เก็บ” ไทยให้สวยงาม ช่วยรีไซเคิลกว่า 7,200 ตัน

โดย Reporter 1
305 views

มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย เผยความสำเร็จของโครงการจัดการขยะและวัสดุรีไซเคิลบนพื้นที่เกาะอย่างยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (CEWT) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผ่านแผนงาน “เก็บ” ไทยให้สวยงาม โดยร่วมกันวางระบบคัดแยกและนำวัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ด้วยความร่วมมือจากชุมชนและผู้ประกอบการบนเกาะ เพื่อรักษาความงดงามของพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

โครงการนี้เกิดขึ้นจากปัญหาการจัดการขยะบนพื้นที่เกาะ ซึ่งมักขาดระบบรองรับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่งวัสดุรีไซเคิลที่สูง ทำให้วัสดุจำนวนมากตกค้างเป็นขยะบนเกาะแทนที่จะถูกรีไซเคิลอย่างเหมาะสม โดยพบว่าแรงจูงใจด้านต้นทุนคืออุปสรรคสำคัญ โครงการจึงเข้ามาสนับสนุนต้นทุนค่าขนส่งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรวบรวมวัสดุรีไซเคิลออกจากเกาะได้ต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้มีอุปกรณ์และมาตรฐานที่ดีขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งขยายผลต้นแบบสู่เกาะอื่น ๆ ในภาคตะวันออก ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและยุทธศาสตร์ BCG Economy โดยจัดทำข้อมูลเชิงวิชาการและข้อเสนอแนะด้านนโยบาย เพื่อให้หน่วยงานรัฐ อปท. ผู้ประกอบการ และชุมชนร่วมกันพัฒนาระบบจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

โครงการจัดการขยะบนพื้นที่เกาะนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ การสนับสนุนร้านรับซื้อของเก่าให้เป็นกลไกหลักในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และการขยายผลโมเดลความสำเร็จสู่เกาะอื่น ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนพันธกิจร่วมของมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวสะอาด ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

คุณศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย เปิดเผยว่า หนึ่งในปัญหาหลักของขยะตกค้างบนเกาะ คือ “ค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัสดุรีไซเคิลออกจากเกาะ” ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ร้านรับซื้อของเก่าต้องแบกรับ เมื่อค่าขนส่งสูง ราคาที่รับซื้อต่ำ ทำให้ชุมชนขาดแรงจูงใจในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิล โครงการจึงเข้ามาศึกษาและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพร้านรับซื้อของเก่า ผ่านการช่วยค่าเรือขนส่ง การมอบอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และการจัดการระบบข้อมูล ช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

โครงการจัดการขยะและวัสดุรีไซเคิลบนพื้นที่เกาะอย่างยั่งยืน จึงเกิดขึ้นภายใต้การร่วมมือระหว่างมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (CEWT) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผ่านแผนงาน “เก็บ” ไทยให้สวยงาม มุ่งสร้างระบบจัดการขยะที่เหมาะสมกับพื้นที่เกาะทั่วไทย โดยเน้นการคัดแยกและส่งต่อวัสดุเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้อง พร้อมทำงานร่วมกับชุมชนและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด

โครงการนำร่องระยะที่ 1 ดำเนินงานระหว่างเดือนสิงหาคม 2564 ถึงตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่เกาะสีชัง เกาะช้าง และเกาะหมาก ในภาคตะวันออก ก่อนจะขยายเพิ่มในระยะที่ 2 ช่วงพฤศจิกายน 2565 ถึงธันวาคม 2566 ไปยังเกาะล้าน เกาะเสม็ด และเกาะกูด ส่งผลให้เกิดรูปแบบความร่วมมือที่เข้มแข็ง และได้โมเดลการทำงานที่ต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม

จากความสำเร็จดังกล่าว โครงการฯ จึงเดินหน้าต่อยอดในปี 2567–2569 โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องใน 5 เกาะ ได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด เกาะล้าน และเกาะเสม็ด มุ่งสนับสนุนการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งวัสดุรีไซเคิลออกจากเกาะ ลดการตกค้างของขยะที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว

โครงการยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางและรายงานการขนส่งผ่าน LINE Official Account เพื่อยืนยันปริมาณวัสดุรีไซเคิลจริง ลดความผิดพลาด และเพิ่มความโปร่งใส พร้อมระบบพยากรณ์ปริมาณขยะแต่ละพื้นที่ ช่วยให้สามารถวางแผนการขนส่งได้แม่นยำขึ้น อีกทั้งยังมีระบบคำนวณค่าขนส่งตามระยะทางจริง เพื่อให้เกิดต้นทุนที่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ

ด้วยการสนับสนุนจากโครงการในมิติต่างๆ ทั้งด้านองค์ความรู้ ระบบข้อมูล เครื่องมือสนับสนุน และการลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้ร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนบนเกาะสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง นำวัสดุเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ตามมาตรฐาน และช่วยลดปริมาณขยะตกค้างบนเกาะอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว

ผศ.ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ผู้ริเริ่มโครงการฯ เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จนถึงปัจจุบัน โครงการสามารถรวบรวมวัสดุรีไซเคิลออกจากพื้นที่เกาะท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 7,224.97 ตัน หรือกว่า 7.2 ล้านกิโลกรัม โดยวัสดุหลักที่พบมากที่สุด ได้แก่ แก้ว 58.8% รองลงมาคือโลหะ 11.7% กระดาษ 8.8% และพลาสติก 8.7% ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดปริมาณขยะสะสมบนพื้นที่เกาะอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เกาะช้างซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินงานหลัก สามารถขนย้ายวัสดุรีไซเคิลออกจากพื้นที่ได้รวมกว่า 5,372.28 ตัน สะท้อนถึงศักยภาพของระบบที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ

ผศ.ดร.ปเนต กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนของผู้ประกอบการรับซื้อของเก่าและผู้เกี่ยวข้อง โดยจากข้อมูลเชิงลึกที่เก็บอย่างต่อเนื่อง โครงการสามารถช่วยคำนวณค่าขนส่งที่เหมาะสม รวมถึงประสานงานกับผู้ให้บริการเรือและสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเฉลี่ยลดลงจากเดิม 700–900 บาท/ตัน เหลือเพียง 209–436 บาท/ตัน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้หมุนเวียนและเสริมความมั่นคงให้ผู้ประกอบการรายย่อยบนพื้นที่เกาะ

โครงการจัดการขยะและวัสดุรีไซเคิลบนพื้นที่เกาะอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนงาน “เก็บ” ไทยให้สวยงาม ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ทั้งในด้านงบประมาณและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อศึกษาและกำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เกาะ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (CEWT) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยี เครื่องมือจัดเก็บข้อมูล และระบบรายงานผลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของกระบวนการ โดยทำงานร่วมกับชุมชน ผู้ประกอบการรับซื้อของเก่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างรอบด้านและสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็งในพื้นที่เกาะ

ในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม โครงการสามารถช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ เพิ่มรายได้ และสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องช่วยพยุงหลัง กระสอบ และอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพการทำงานและลดภาระของผู้ปฏิบัติงาน ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับการจัดการขยะที่ถูกต้องให้แก่คนในชุมชน

ในด้านสิ่งแวดล้อม ผลลัพธ์ของโครงการช่วยลดปริมาณขยะตกค้างบนพื้นที่เกาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งยังทำให้วัสดุรีไซเคิลทั้งหมดสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะขยะล้นเกาะ และช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

สำหรับทิศทางการพัฒนาในระยะต่อไป โครงการมุ่งขยายความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านค้า นักท่องเที่ยว ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบแยกขยะที่ต้นทางให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบรายงานข้อมูลออนไลน์และ LINE Official Account ให้รองรับการใช้งานของทั้งภาคธุรกิจและชุมชนในวงกว้าง

โครงการยังตั้งเป้าสร้างต้นแบบการจัดการขยะบนพื้นที่เกาะที่สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะของไทยอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้คงความสวยงามในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างแท้จริง

คุณศรุต กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการจัดการขยะและวัสดุรีไซเคิลบนพื้นที่เกาะสามารถลดปริมาณขยะตกค้างได้อย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวซึ่งมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก วัสดุรีไซเคิลได้รับการนำออกจากพื้นที่เกาะและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรับซื้อของเก่าและชุมชนมีส่วนร่วมในระบบคัดแยกและรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนบนพื้นที่เกาะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบจัดการขยะอย่างยั่งยืน

มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย มุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาระบบจัดการขยะบนพื้นที่เกาะในภูมิภาคอื่นของประเทศ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในระดับกว้าง โดยพร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านค้า นักท่องเที่ยว และชุมชน เพื่อร่วมกันเสริมสร้างระบบแยกขยะที่ต้นทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมวัสดุรีไซเคิลเพื่อนำออกจากพื้นที่เกาะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

ในการดำเนินโครงการดังกล่าว มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางจัดการขยะที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เกาะ พร้อมร่วมเป็นภาคีหลักในการขับเคลื่อนโครงการร่วมกับศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (CEWT) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตลอดจนประสานงานกับชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ในการส่งเสริมการคัดแยก รวบรวม และขนย้ายวัสดุรีไซเคิลออกจากเกาะอย่างเป็นระบบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาควิชาการ และชุมชนในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมูลนิธิในการอนุรักษ์ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะบนพื้นที่เกาะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นและการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่ยั่งยืนในอนาคต

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด