รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) เปิดกลยุทธ์ล่าสุดในกลุ่มนวัตกรรมเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย (Patient Monitoring) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้โรงพยาบาลสามารถรับมือกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมยกระดับการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายในงาน Innovation Summit ณ ประเทศสิงคโปร์
โดยกลยุทธ์หลัก คือ ชูนวัตกรรมเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มแบบเปิดและเทคโนโลยี AI ให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วยจากแต่ละแผนกภายในโรงพยาบาล ด้วยระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยี AI และการเชื่อมต่อข้อมูลจะทำให้เครื่องติดตามสัญญาณชีพสามารถแสดงผลข้อมูลเชิงลึกและการแจ้งเตือนล่วงหน้า ที่ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถตรวจพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วขึ้น และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศาสตราจารย์ ดร. ออเรล เค. เฉียน สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษา HIMSS ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแสดงตัวเลขบนหน้าจออีกต่อไป แต่ระบบสาธารณสุขกำลังก้าวสู่ยุคแห่งการเชื่อมต่อข้อมูล การดูผลแบบเรียลไทม์ ให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ เพื่อช่วยลดเวลาในการจัดการข้อมูล และสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น”
ระบบสาธารณสุขทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น จากรายงาน Future Health Index ระบุว่า 66% ของผู้ป่วยต้องเผชิญกับความล่าช้าในการพบแพทย์เฉพาะทาง ในขณะที่ 76% ของบุคลากรทางการแพทย์รายงานว่าต้องสูญเสียเวลาอันมีค่าในการดูแลผู้ป่วยไป เพียงเพราะข้อมูลคนไข้ไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถเข้าถึงได้
โดยปัญหานี้รุนแรงขึ้นจากปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกที่คาดว่าจะสูงถึง 11 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2573 โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของทั่วโลก
ฟิลิปส์ ในฐานะหนึ่งในบริษัทที่ติดตั้งเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยมากที่สุด และมีประสบการณ์ด้านนวัตกรรมมาอย่างยาวนาน เราจึงให้การสนับสนุนระบบสาธารณสุขให้สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ พร้อมขับเคลื่อนระบบอย่างครอบคลุมมากที่สุด
สเตฟานี ซีเวอร์ส กรรมการผู้จัดการใหญ่ ฟิลิปส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ พัฒนาบนพื้นฐานของประสบการณ์ด้านนวัตกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ มีรองรับการดูแลผู้ป่วยหลายล้านรายในแต่ละปี
เราได้ทำงานร่วมกับหลากหลายโรงพยาบาล เพื่อเสริมศักยภาพให้ทีมแพทย์สามารถดูแลและรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้น ด้วยความร่วมมือที่แข็งแกร่งทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เราพร้อมส่งมอบโซลูชันที่ถูกออกแบบมาจากความต้องการจริงทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด”
