กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าขยายตลาดส่งออกไทยสู่เวทีโลก รับมือกับความท้าทายทางการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ผ่านกิจกรรม “จับคู่ธุรกิจเชื่อมไทยสู่โลก รับมือความท้าทายการค้าโลก” โดยเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทย 156 บริษัท เจรจาการค้ากับผู้นำเข้า 135 บริษัท จาก 29 ประเทศทั่วโลก รวมกว่า 700 คู่เจรจา ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ คาดสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 800 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทของไทยในการผลักดันเศรษฐกิจส่งออกท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
ในการเปิดงาน “จับคู่ธุรกิจเชื่อมไทยสู่โลก รับมือความท้าทายการค้าโลก” (Thailand – Global Connect: Seeking New Opportunities amidst Global Trade Challenges) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงบทบาทของการส่งออกในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยแม้เศรษฐกิจโลกและอุปสงค์จากหลายประเทศคู่ค้าจะชะลอตัวลงในปี 2568 แต่กระทรวงพาณิชย์ยังเชื่อมั่นว่าในทุกความท้าทายยังมีโอกาสรออยู่ ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี ไทยมีมูลค่าการส่งออกรวม 166,852 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5.58 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.03 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
ตลาดส่งออกสำคัญของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่มีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 29.74 สินค้าหลักที่ส่งออกได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องโทรสารโทรศัพท์ หม้อแปลงไฟฟ้า และเครื่องจักรกล
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและศักยภาพทางเทคโนโลยีของไทย การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลก รับมือกับอุปสรรคทางการค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

จากมาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มความเข้มงวด ส่งผลให้สถานการณ์การค้าโลกเกิดความผันผวน โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 33,412.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,116,318 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.02 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของตลาดสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจไทย และความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการค้าภายใต้บริบทของมาตรการทางภาษีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังคงเป็นตลาดหลักจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก กระทรวงพาณิชย์จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกภายใต้แนวทาง “เร่งเครื่องส่งออกไทย บุกตลาดใหม่ทั่วโลก” เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้าและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายคู่ค้าระดับสากลอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่ง รองรับความท้าทายและคว้าโอกาสใหม่ในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรม “จับคู่ธุรกิจเชื่อมไทยสู่โลก รับมือความท้าทายการค้าโลก” (Thailand – Global Connect: Seeking New Opportunities amidst Global Trade Challenges) ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมเชิงรุกที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยในช่วงเวลาที่สถานการณ์การค้าโลกยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยกิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยจำนวน 156 บริษัท จากหลากหลายคลัสเตอร์สินค้าและบริการที่มีศักยภาพ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องมือแพทย์ รวมถึงธุรกิจบริการ ได้พบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้า 135 บริษัท จาก 29 ประเทศทั่วโลก
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากการเจรจาในเวทีนี้มีแนวโน้มจะต่อยอดเป็นพันธมิตรทางการค้าในระยะยาว นำไปสู่การขยายตลาดส่งออกของไทยในประเทศคู่ค้าใหม่ ๆ รวมทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าและบริการไทยในระดับสากล ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภาคการค้าระหว่างประเทศของไทย
กระทรวงพาณิชย์คาดว่ากิจกรรมจับคู่ธุรกิจเชื่อมไทยสู่โลก จะสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ราว 800 ล้านบาท โดยการสร้างเครือข่ายพันธมิตรและเปิดตลาดการค้าใหม่เหล่านี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของการส่งออกไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายโอกาสทางการค้าและแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้
