Home » “บมจ.โรงพยาบาลนครธน” เปิดบริการ “ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้”

“บมจ.โรงพยาบาลนครธน” เปิดบริการ “ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้”

โดย Reporter 1
685 views

บมจ.โรงพยาบาลนครธน มองเทรนด์การมีบุตรยากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหนุนความต้องการใช้เทคโนโลยีการแพทย์ช่วยแก้ไข ผสานความร่วมมือพันธมิตรรุกเปิดบริการ “ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้” โฉมใหม่ มุ่งสู่การเป็นผู้นำให้บริการเพื่อการมีบุตร ชูเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยทั้งการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อ ประมวลผลด้วยระบบ AI และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนด้วยเครื่อง EmbryoScope Plus เพิ่มโอกาศความสำเร็จในการตั้งครรภ์

รองศาสตราจารย์ ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยและชาวต่างชาติประสบปัญหามีบุตรยากและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ อัตราการมีคู่ครองและการแต่งงานที่ลดลง ความเครียดจากการทำงาน, อาการเจ็บป่วย และปัญหาด้านสุขภาพ ฯลฯ

ส่งผลให้มีความต้องการใช้บริการและพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความทันสมัยและปลอดภัย เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF, ICSI) เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์, การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของโครโมโซมด้วยวิธี NGS (Next Generation Sequencing) เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างมีคุณภาพ และเติมเต็มความฝันการมีบุตร

ล่าสุด โรงพยาบาลนครธน ได้เปิดบริการ “ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้” โฉมใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) และบริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ประสบปัญหามีบุตรยาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ และมุ่งสู่การเป็นผู้นำการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากอย่างเต็มรูปแบบ

แพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกันครั้งนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาแก่ผู้มีบุตรยาก โดยศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และทีมนักวิทยาศาตร์ที่มีประสบการณ์ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และช่วยให้บุตรที่เกิดมามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

เพื่อให้บริการวางแผนมีบุตรและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (PGT) ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเลือกตัวอ่อนจากผลการตรวจวินิจฉัยในระดับโครโมโซมและยีน เพื่อคัดกรองตัวอ่อนที่มีพันธุกรรมผิดปกติออกไป โดยการใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ร่วมกับการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) จะมีโอกาสได้เลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ หรือมีโครโมโซมปกติ หรือมีเพียงยีนแฝงเท่านั้น เพื่อย้ายกลับสู่โพรงมดลูกและช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ทั้งนี้ โรงพยาบาลนครธน มุ่งเน้นศักยภาพการให้บริการ โดยมีห้องปฎิบัติการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ ห้องปฎิบัติการปฎิสนธิ ห้องปฎิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อรองรับบริการการรักษา ได้แก่ การผสมเทียม (IUI: Intrauterine Insemination) การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) การทำอิ๊คซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection)

การทำ PESA/TESE วิธีเก็บอสุจิจากกรณีปัญหาของฝ่ายชาย การตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม PGT(Preimplantation genetic testing) เพื่อป้องกันถ่ายทอดความผิดปกติในครอบครัวที่มีประวัติโรคทางพันธุกรรม การตรวจวิเคราะห์โครโมโซมตัวอ่อน NGS (Next Generation Sequencing) และการแช่แข็งไข่ (Oocyte Freezing)

พร้อมทั้ง เสริมประสิทธิภาพตั้งแต่การวิเคราะห์ด้วยเครื่องตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ Semen Quality Analyzer ประมวลผลด้วยระบบ AI บันทึกภาพวีดีโอเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงมาปฎิสนธิกับไข่ ดูแลตัวอ่อนด้วยระบบปิดผ่านเครื่องเพาะเลี้ยง EmbryoScope Plus ควบคุมอุณหภูมิ ลดการรบกวน

สร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน มีการบันทึกภาพต่อเนื่อง 10-20 นาที (Time-Lapse Imaging) ผ่านซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกประเมินโอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัว และพัฒนาไปเป็นการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้ระบบการดูแลที่ดูแลโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและพันธุศาสตร์

กระบวนการในการรักษาและค่าใช้จ่าย ของการทำ IUI, ICSI และ การฝากไข่

การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก IUI (Intrauterine Insemination) มีกระบวนการรักษา ดังนี้

  1. กระตุ้นการตกไข่ : แพทย์อาจให้ยาเพื่อกระตุ้นการตกไข่ เพื่อให้มีไข่หลายฟองเจริญเติบโตและพร้อมที่จะปฏิสนธิ
  2. ตรวจสอบการตกไข่ : แพทย์จะทาการตรวจสอบการตกไข่โดยใช้อัลตราซาวด์หรือทดสอบฮอร์โมน เพื่อระบุเวลาที่เหมาะสมในการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก
  3. เตรียมน้ำเชื้อ : น้ำเชื้อจากคู่สมรสจะถูกเก็บและเตรียม โดยจะทาการคัดแยกน้ำเชื้อที่ในห้องปฏิบัติการคัดเชื้อที่เคลื่อนไหวได้ดีและมีคุณภาพที่เหมาะสมที่่สุด
  4. ฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก : แพทย์จะฉีดน้ำเชื้อที่เตรียมไว้อย่างระมัดระวังเข้าไปในโพรงมดลูกโดยใช้สายเข็มขนาดเล็ก กระบวนการนี้ไม่เจ็บปวดมากและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  5. การติดตามผล : หลังจากการฉีดเชื้อ แพทย์จะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและนัดตรวจสอบผลการตั้งครรภ์หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์

IUI เป็นวิธีการที่ไม่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่า เหมาะสาหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากเบื้องต้น เช่น ภาวะน้าเชื้อน้อยหรือเคลื่อนที่ไม่ดี ภาวะไข่ตกผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับปากมดลูก ค่าใช้จ่ายต่อ 1 รอบการรักษา เริ่มต้นที่ 15,900 บาท

การทำเด็กหลอดแก้ว ICSI (Intracytoplasmic sperm injection) มีกระบวนการรักษา ดังนี้

  1. กระตุ้นรังไข่ให้ฟองไข่โตพร้อมกันหลายๆ ใบ โดยปกติจะเริ่มกระตุ้นรังไข่ในวันที่ 2-3 ของรอบเดือน ด้วยการฉีดยาติดต่อกันเฉลี่ยแล้วจะฉีดประมาณ 8-12 วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วยเอง โดยปกติจะต้องการไข่จานวน 8-15 ใบ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้หญิงแต่ละคน) ซึ่งยาที่ใช้กระตุ้นไข่ในปัจจุบันเป็นยาชนิดที่มีความบริสุทธิ์ของยามากขึ้น ทำให้ฉีดได้ทางหน้าท้อง (จากเดิมฉีดเข้าสะโพก) เป็นการลดความเจ็บปวดจากการฉีดยาได้
  2. ตรวจติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่ เมื่อกระตุ้นไข่ด้วยยาแล้ว แพทย์จะทำการตรวจติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมกับการประเมินระดับฮอร์โมน โดยการตรวจเลือดเป็นระยะ เมื่อพบว่าขนาดของถุงไข่โตเต็มที่แล้ว แพทย์จะให้ฉีดยาฮอร์โมน ซึ่งจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการสมบูรณ์ของฟองไข่ หลังจากนั้นจะทำการเจาะเก็บไข่ภายใน 34-36 ชั่วโมง เพื่อดูดเอาเซลล์ไข่ออกมาเตรียมปฏิสนธิภายนอกร่างกาย
  3. เจาะเก็บไข่ การเจาะเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด (ไม่มีแผลหน้าท้อง) ทำโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์บอกตาแหน่ง แล้วใช้เข็มเล็กๆ เจาะไข่ออกมาจากรังไข่ ซึ่งการเจาะใช้เวลาไม่นาน และแพทย์จะให้ยานอนหลับขณะเก็บไข่ เพื่อลดความเจ็บปวดขณะเจาะเก็บไข่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยตื่นก็สามารถกลับบ้านได้ ส่วนเซลล์ไข่จะถูกนำออกมาทำความสะอาดในน้ำยาสาหรับเพาะเลี้ยง และเก็บไว้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อนำไปปฏิสนธิกับอสุจิ
  4. การเก็บน้ำเชื้อ : น้ำเชื้อจากคู่สมรสจะถูกเก็บในวันเดียวกันกับการเก็บไข่ และนาไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อ (Semen Quality Analyzer) ประมวลผลด้วยระบบ AI และคัดเลือกอสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุดเตรียมพร้อมในขั้นตอนปฏิสนธิ
  5. ขั้นตอนการปฏิสนธิ : ในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์จะใช้เข็มพิเศษฉีดน้ำเชื้อที่คัดเลือกแล้วเข้าไปในไข่โดยตรง กระบวนการนี้จะทำให้การปฏิสนธิสำเร็จ และกลายมาเป็นตัวอ่อน
  6. การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน : หลังจากการฉีดน้ำเชื้อเข้าไข่ ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจะถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ภายในตู้เพาะเลี้ยงระบบปิด เครื่อง EmbryoScope Plus บันทึกและติดตามพัฒนาการการเจริญเติบโตแบบละเอียด จากตัวอ่อนระยะ 1 เซลล์ แบ่งเป็น 2, 4, 8 ไปเรื่อยๆ จนมีจำนวนมากกว่า 100 เซลล์ ในระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) เป็นเวลา 5-6 วัน
  7. การย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก : แพทย์จะทำโดยการใช้หลอดพลาสติกเล็กๆ สอดผ่านทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก แล้ววางตัวอ่อนลงไปภายใต้การอัลตราซาวด์ดูตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ขณะใส่ตัวอ่อน คนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา และไม่มีความเจ็บปวดใดๆ
  8. การติดตามผล : หลังจากย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก 9-11 วัน แพทย์จะนัดเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยตรวจการตั้งครรภ์เอง เนื่องจากอาจมีความผิดพลาดได้

ICSI เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยให้คู่สมรสที่มีปัญหาด้านน้ำเชื้อหรือคุณผู้หญิงที่มีปัญหาเปลือกไข่หนา ถือเป็นเทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรยากที่มีโอกาสท้องมากที่สุดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามอัตราที่จะเกิดความสาเร็จของแต่ละคู่นั้นอาจแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาวะร่างกายและความพร้อมของแต่ละบุคคล ค่าใช้จ่ายต่อ 1 รอบการรักษา เริ่มต้นที่ 239,000 บาท(ราคารวมค่าใช้จ่ายในขั้นตอนกระตุ้นไข่ ปฏิสนธิ และแช่แข็งตัวอ่อนจานวน 5 ตัว)

การฝากไข่ (Egg Freezing) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถเก็บไข่ของตนเองไว้ใช้ในอนาคต โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. การปรึกษาแพทย์และการตรวจสุขภาพเบื้องต้น : แพทย์จะทำการตรวจสุขภาพทั่วไปและตรวจสอบสถานะของรังไข่และระบบการเจริญพันธุ์
  2. การกระตุ้นรังไข่: แพทย์จะให้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นรังไข่ให้ผลิตไข่หลายฟองในรอบเดียว โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน
  3. การเก็บไข่: เมื่อไข่เจริญเติบโตเต็มที่ แพทย์จะทำการเก็บไข่ด้วยวิธีการดูดไข่ (Oocyte Retrieval)
  4. การตรวจสอบและคัดเลือกไข่ : ไข่ที่ได้จะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพและคัดเลือกไข่ที่มีคุณภาพดีที่สุดสาหรับการแช่แข็ง
  5. การแช่แข็งไข่ : ไข่ที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกแช่แข็งด้วยวิธีการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว (Vitrification) เพื่อป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งที่อาจทำลายเซลล์ไข่ โดยไข่ที่แช่แข็งแล้วจะถูกเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิต่ำมาก (ประมาณ -196 องศาเซลเซียส)

การใช้งานไข่ในอนาคต:

  • เมื่อผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์ ไข่ที่แช่แข็งจะถูกละลายและนำมาใช้ในการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF)
  • กระบวนการปฏิสนธิและการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกจะดาเนินการตามขั้นตอนของการทำ IVF

ฝากแช่แข็งไข่ ราคา 190,000 บาท (ฝากไข่ได้ 10 ฟอง ระยะเวลา 1 ปี) ปีต่อไปฟองละ 1,500 บาท/ ปี

นอกจากนี้ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ ได้ปรับปรุงพื้นที่การให้บริการใหม่ ที่บริเวณ ชั้น 4 ของโรงพยาบาล โดยมีการตกแต่งอย่างอบอุ่น เพิ่มความเป็นส่วนตัว รองรับผู้รับบริการทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยมีล่ามแปลภาษาอังกฤษ จีน และเมียนมา

ทั้งนี้ หากผู้รับบริการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ทางโรงพยาบาลยังมีแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ในการดูแลอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ การฝากครรภ์ การคลอด โดยสูติ-นรีเวช, การดูแลทารกแรกเกิด โดยกุมารแพทย์ด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด รวมไปถึงการดูแลสุขภาพเด็ก และการรับวัคซีน โดยกุมารแพทย์ เพื่อตอบสนองการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด