PMAT กับวิสัยทัศน์ส่งต่อคุณค่าและการลงทุนในคนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
สุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT ประกาศวิสัยทัศน์เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของสมาคม ภายใต้แนวคิด “People Leadership and Legacy for Sustainable Future” โดยมุ่งเน้นส่งต่อคุณค่าและเสริมพลังทั้งกายและใจให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมยกระดับองค์ความรู้และขยายศักยภาพด้านสุขภาวะ เพื่อสร้างพลังงานเชิงบวกให้กับสังคมไทย ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา PMAT ได้สร้างมรดกแห่งความภาคภูมิใจ และในปีนี้สมาคมตั้งใจจะขับเคลื่อนสังคมไทยภายใต้ธีม “The People & HR Legacy” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และยกระดับความสามารถของบุคลากรทรัพยากรมนุษย์ (HR) เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่
PMAT ปักธงเจตนารมณ์ใน 3 เสาหลัก ได้แก่ Perspective การเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคนที่ต้องการพัฒนาตนเอง, People การสร้างภูมิคุ้มกัน HR ที่แข็งแรงและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และ Power การเชื่อมั่นในพลังศักยภาพของคนทำงาน ทั้งในระดับองค์กรและประเทศ โดยในงานฉลองครบรอบ 60 ปีที่จะจัดขึ้นวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ PMAT
ยังได้รับเกียรติจาก โปรเฟสเซอร์ อีริน เมเยอร์ (Erin Meyer) วิทยากรระดับโลก จากมหาวิทยาลัยอินเสียด (INSEAD) กูรูด้านวัฒนธรรมองค์กรระดับโลก มาร่วมบรรยายในรูปแบบ International Conference เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรในการสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและประเทศชาติ
People Management Award
รางวัล People Management Award of Thailand 2025 เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสมาคม PMAT ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและยกย่ององค์กรที่มีระบบการจัดการคนที่ดีและสร้างสรรค์ความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ “ดร.หลุยส์ คริสธานินทร์” กรรมการบริหารสมาคม PMAT ระบุว่า การดูแลคนในองค์กรตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนถึงออกจากองค์กรอย่างครบถ้วน จะช่วยเพิ่ม productivity และส่งผลดีต่อทั้งองค์กร สังคม ชุมชน รวมถึงโลกโดยรวม
People Management Award แบ่งออกเป็น 3 รางวัลย่อย ได้แก่ รางวัล People Management Award ที่มอบให้กับองค์กรที่ดูแลคนได้อย่างดีเยี่ยมในระดับ Gold, Platinum และ Diamond โดยเน้นที่ผลลัพธ์เชิงองค์รวมของ productivity และผลกระทบเชิงบวกที่องค์กรมีต่อสังคม รางวัล Well-being Organization Award ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นองค์กรที่สร้างสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนให้แก่พนักงาน และรางวัล Special Recognition Award สำหรับองค์กรที่มีความโดดเด่นเฉพาะทางมากกว่าองค์กรอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและนวัตกรรมในการบริหารจัดการคนอย่างแท้จริง
“องค์กรสุขภาวะ” คือยุทธศาสตร์หลักสู่ความยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเครียดในที่ทำงาน
รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยงานวิจัยเบื้องหลังเกณฑ์รางวัล Well-being Organization Award ว่า “องค์กรสุขภาวะ” ไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการหรือการดูแลบุคลากรทั่วไป แต่เป็นยุทธศาสตร์หลักที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้จริง งานวิจัยชี้ชัดว่าการสร้างองค์กรสุขภาวะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดความเครียด ลดภาวะหมดไฟ และสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และภาวะอารมณ์ มีผลต่อการขาดงานและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพขององค์กรอย่างชัดเจน
รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการความเครียดจากภาระงานหนักและความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่ส่งผลต่อความเสี่ยงสุขภาพอย่างรุนแรง โดยอ้างอิงงานวิจัยในสหรัฐฯ พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับความเครียดจากการทำงานและผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลสูงขึ้น ประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การสร้างองค์กรสุขภาวะจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนและขับเคลื่อนพนักงานให้ก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

People Run
กิจกรรม “PMAT 60 ปี Anniversary People Run : 384,000 กม.” วิ่งเพื่อสุขภาพ ส่งต่อพลังใจให้ครู ตชด. 220 โรงเรียน เป็นแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ ที่ PMAT หยิบยกขึ้นมาเปิดตัวในงานฉลองครบรอบ 60 ปี โดยตัวเลข 384,000 กม. เป็นระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ ดังนั้นการวิ่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายการมีสุขภาวะที่ดี จึงอยู่ในวิสัยทัศน์ที่เป็นไปได้
5 ปัจจัยสร้างสุขภาวะดีในองค์กร พร้อมแนะการออกกำลังกายเสริมพลังใจ
รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีในองค์กรนั้น ต้องอาศัย 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สุขภาวะทางอารมณ์ (Emotion), สิ่งแวดล้อม (Environment), การออกกำลังกาย (Exercise), การนอนหลับพักผ่อนเต็มที่ (Sleep) และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญซึ่งได้รับแต้มเป็น double E เขาเน้นว่าการออกกำลังกายมีบทบาทสำคัญในเวชศาสตร์สุขภาวะ เพราะช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง และการออกกำลังกายร่วมกันยังสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกในองค์กรมากกว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิ่งที่ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นกิจกรรมที่ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าร่วมได้ตามระยะที่เหมาะสม รศ.นพ.ฉันท์ชายกล่าวว่า “กุญแจสำคัญคือการให้ทุกคนมีส่วนร่วมใน well-being ซึ่งเป็นหน้าที่ของ HR ที่ต้องระดมคนมารวมตัวกันวิ่ง” เขาย้ำว่า การออกกำลังกายควรเป็น “priority” ของชีวิต เพราะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายใจให้ดีขึ้น และเป็นกิจกรรมระยะยาวที่มีคุณค่าเกินกว่าที่คิด ก้าวแรกที่หนักใจนั้นสำคัญเพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตและสร้างความสำเร็จร่วมกันในองค์กรได้อย่างยั่งยืน
“การวิ่ง” สร้างพลังคนในองค์กร ต่อยอดสุขภาวะสู่ความสำเร็จร่วมกัน
วรวัจน์ สุวคนธ์ กรรมการบริหารสมาคม PMAT และประธานโครงการ People Run เน้นย้ำว่า การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ง่ายและลงทุนต่ำ แต่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถต่อยอดสร้างพลังและความสามารถของพนักงานในองค์กรได้อย่างแท้จริง เพราะการวิ่งช่วยเสริมวินัย ฝึกความอดทน และสร้าง mindset ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะการเผชิญกับอุปสรรคและความล้มเหลวแล้วกลับมาสู้ใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของคนในองค์กรอย่างแท้จริง
โครงการ People Run แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ Physical Run ที่จัดเป็นอีเวนต์วันเดียว และ Virtual Run ที่สะสมระยะทางในช่วง 2.5 เดือน ตั้งแต่ 16 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2568 โดยผู้เข้าร่วมต้องวิ่งสะสมอย่างน้อย 60 กิโลเมตร ซึ่งเน้นย้ำว่าความสำคัญอยู่ที่ความสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ระยะทาง “ถ้าเราสำเร็จกับการวิ่ง เราก็สามารถทำเรื่องยากๆ อื่นๆ ให้สำเร็จได้ การวิ่งช่วยสร้างนิสัยและบรรยากาศใหม่ที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และเมื่อทุกคนประสบความสำเร็จ องค์กรก็จะเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” วรวัจน์กล่าว

Powering People, Fueling Futures
เสวนาพิเศษ หัวข้อเรื่อง “Powering People, Fueling Futures” เสริมพลังคน สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยศักยภาพและสุขภาวะ จากมุมมอง 3 บิ๊กต่างอุตสาหกรรม ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ สร้างเสริมองค์กรสุขภาพดี ด้วยสุขภาวะคนทำงาน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์วางจุดยืนเป็นองค์กรคุณธรรมที่มุ่งตอบโจทย์ความสุขทางใจของพนักงาน ภายใต้ค่านิยมหลัก ได้แก่ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และเอื้ออาทร ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสุขภาวะในองค์กร ทำให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุขและยอมรับซึ่งกันและกัน รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จที่ทำให้โรงพยาบาลจุฬาฯ กลายเป็นสถานที่แห่ง well-being ทั้งทางใจและสิ่งแวดล้อม โดยโรงพยาบาลมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินี ซึ่งช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมอย่างเต็มที่
รศ.นพ.ฉันชาย เน้นย้ำว่า การดูแลสุขภาวะไม่ใช่ภาระงานของฝ่าย HR เท่านั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์หลักขององค์กรที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้นำอย่างจริงจัง เพราะสุขภาวะที่ดีเป็นตัวประกันสุขภาพขององค์กร หากพนักงานหมดไฟหรือไม่มีสุขภาวะที่ดี องค์กรจะไม่สามารถยั่งยืนได้ การสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพกายใจจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้บุคลากรสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมเผชิญความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นคง
อัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล มองว่า โรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่สำหรับเที่ยวเล่น แต่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลคือบ้านหลังที่สองที่ต้องใช้เวลาทำงานยาวนานกว่าที่อยู่อาศัยจริง เบื้องหลังแนวคิด “work hard, play hard” คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีความสุขเมื่อต้องทำงาน กลยุทธ์สำคัญในการดูแลสุขภาพจิตคือการทำให้องค์กรกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพนักงาน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและมีเครื่องมือดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อเสริมพลังและความเข้มแข็งขององค์กรภายใต้ฐานรากสุขภาวะที่แข็งแกร่ง
อัฐยังกล่าวถึงสองปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเครียดในที่ทำงาน คือการสร้างวัฒนธรรมสุขภาวะที่เน้นการทำงานร่วมกันอย่างสันติ ไร้ความเป็น toxic และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง รวมถึงเข้าใจความคาดหวังขององค์กร “ความเข้าใจนี้เป็นทั้งความรู้สึกของพนักงานและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในองค์กร” เขาอธิบาย พร้อมเน้นว่าการให้ความรู้รอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงของโลก จะช่วยให้พนักงานก้าวหน้าอย่างมี passion และตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
วรวัจน์ สุวคนธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เน้นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ “สุขภาวะ” จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กรที่ไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการหรือกิจกรรมเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักของฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีและ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน พนักงานต้องมีความสามารถและความอดทนสูงขึ้นเพื่อรับมือกับแรงกดดันต่างๆ และผลักดันให้องค์กรก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง
วรวัจน์ยังชี้ว่า สุขภาวะเป็นเรื่ององค์รวมที่ครอบคลุม 7 มิติ ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม อาชีพ สังคม อารมณ์ และจิตวิญญาณ ซึ่งทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญกับทั้ง 7 ด้านตามบริบทของตนเอง พร้อมย้ำว่า สุขภาวะไม่ใช่แค่โครงการหรือกิจกรรมเฉพาะช่วงเวลา แต่ต้องเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ผู้นำสร้างบรรยากาศให้พนักงานรู้สึกได้และสัมผัสได้ วรวัจน์กล่าวว่า “สุขภาวะสามารถวัดผลได้จากข้อมูลเชิงลึก เช่น การเคลมประกันสุขภาพ หรืออัตราการขาดงาน และยังเป็นการลงทุนที่ใช้ทรัพยากรไม่มาก แต่ให้ผลตอบแทนระยะยาว ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงานและความสุขของพนักงานในทุกเช้าวันทำงาน”
ในวาระครบรอบ 60 ปีของ PMAT การเฉลิมฉลองครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรำลึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับองค์กรและประเทศท่ามกลางความท้าทายที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือข้อพิพาทระหว่างประเทศ ผลงานและมุมมองร่วมของ 3 องค์กรชั้นนำช่วยผลักดันแนวคิดเรื่องสุขภาวะที่ดีของคนทำงานให้กว้างไกลขึ้น โดยเน้นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของพนักงานกับสุขภาพขององค์กรและประเทศชาติ
เมื่อพนักงานมีสุขภาวะที่ดีและแข็งแรง ทั้งในด้านกายใจและสังคม องค์กรก็จะมีความพร้อมและยั่งยืน สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ผู้นำอาจขาดสุขภาวะ ประเทศไทยก็ยังคงมีความมั่นคงและไม่หวั่นไหว เพราะพลังของคนทำงานที่เข้มแข็งและมีสุขภาวะดีจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชาติได้อย่างแท้จริง
