หลากบริษัทสนใจรอคิวเข้าช้อปล้นหลาม ชี้ธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นที่ต้องการสูง มั่นใจ PRIME สามารถสร้างสภาพคล่องให้กับบริษัทในอนาคตได้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของกองทุนและบริษัทมากมาย
สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยถึง การยกเลิกการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญในบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท ไพร์ม เอสโค่ จำกัด (ESCO) ซึ่งสืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรดเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ไพร์ม โรดกรุ๊ป จำกัด PRG ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทางอ้อม ของ PRIME จำหน่ายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ใน ESCO มูลค่ารวม 290.95 ล้านบาท
ทั้งนี้ PRIME ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 3,200 ล้านบาท ที่วางแผนไว้ว่าจะสามารถสร้างสภาพคล่องให้กับบริษัทในอนาคตได้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของกองทุนและบริษัทมากมาย อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) มูลค่า 290 ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เเบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) บางส่วน มูลค่า 400 ล้านบาท และสินทรัพย์อื่นเพิ่มเติม มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท เป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการสูง โดยบริษัทจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศถึงความคืบหน้าการจำหน่ายต่อไป
กลุ่มบริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำด้านการลงทุนในประเทศไทยที่มีความสนใจในด้านพลังงานทดแทนโดยให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเป็นพิเศษ มีมุ่งมั่นที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นพร้อมกับการคำนึงถึงในความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมกับสังคม โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคให้สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันกับความพยายามที่จะสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้กับโลกด้วยพลังงานสะอาด
ผู้บริหารของบริษัท มีองค์ความรู้ที่มีความหลากหลาย และมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการก่อสร้าง การลงทุน การเงิน การธนาคาร การให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์แก่ภาคเอกชน ด้านกฎหมาย และพลังงาน ที่ได้รับจากการทำงานในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา (New York) ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศไทย โดยบริษัทได้เป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนในประเทศไทย ในปัจจุบันนี้บริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศซึ่งถือหุ้นอยู่รวม 131.64 MW และในต่างประเทศอีกประมาณ 77.3 MW
