SVOA หรือ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้จัดจำหน่าย (Distributor) อุปกรณ์ไอทีแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น Digital Solution Provider
กว่า 44 ปีในการดำเนินธุรกิจ SVOA ปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้สอดรับกับทิศทางและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตลอดจนยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกให้รายได้จากธุรกิจ Digital Solution มีสัดส่วนถึง 10% ของรายได้รวมภายในปีหน้า (2569)
ในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ SVOA มุ่งหวังให้เป็นที่รับรู้ในมุมมองของลูกค้าและพันธมิตร (System Integrator) ว่าเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน ไม่ใช่แค่ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบบเดิม SVOA จะวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้จัดจำหน่ายที่เน้นมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Distributor) ที่มีศักยภาพในการบูรณาการเทคโนโลยี และสนับสนุนพันธมิตรในการนำเสนอโซลูชัน โดยการปรับทิศทางบริษัทครั้งนี้จะเป็นเส้นทางแห่งอนาคตในยุคของ Digital Transformation ที่ธุรกิจในระดับ SME ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การแข่งขันในสภาวะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
ปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจในระดับ SME ว่า ภาคธุรกิจไทยกำลังถูกผลักดันจากสองปัจจัยหลัก คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันในระดับโลก
“ธุรกิจสำคัญของประเทศหลายภาคส่วนถูกผลักดันให้มีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ หรือ KPI ในระดับสากล เช่น มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนด KPI ที่ต้องติดอันดับโลก (World Ranking) ในระดับท็อป 500 หรือ ท็อป 100 เช่นกันกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ตั้งเป้าหมายติดอันดับท็อป 100 ของโลก และในขณะเดียวกันยังมีปัจจัยจากพฤติกรรมผู้บริโภคและพลังของดิจิทัล ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การเลือกร้านอาหารก็ต้องติดอันดับการรีวิวจาก Wongnai และ Michelin Guides เป็นต้น”
ชู 3 โซลูชันดิจิทัล
SVOA โฟกัสการนำ Digital Solution โดยมี AI เป็นศูนย์กลาง เข้าไปเสริมสร้างความได้เปรียบให้กับ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรมแรมและบริการ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจค้าปลีกและ SMEs โดยมีโซลูชัน ดังนี้
ธุรกิจโรงแรมและบริการ ปัจจุบันโรงแรมจำนวนมากกำลังปรับปรุง และเห็นชัดเจนว่าเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นเรื่องหลักที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเน็ตเวิร์กที่ต้องมีความเสถียรและรวดเร็ว ระบบในห้องพักมีบริการทีวีแบบ IPTV ที่แขกสามารถใช้ YouTube หรือ Netflix ได้ ต้องมีระบบควบคุมอัจฉริยะอย่าง RCU (Room Control Unit) ควบคุมระบบไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ในห้องพัก รวมถึงบริการเฉพาะบุคคล (Personalization) ด้วย AI เป็นต้น
ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ โรงพยาบาลเป็นอีกกลุ่มที่ถูกผลักดันให้ใช้เทคโนโลยีอย่างแทบจะขาดไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือ การวินิจฉัยด้วย AI ตัวอย่างของประเทศจีนได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมากในการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ทางการแพทย์ เช่น การสแกนม่านตาเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s) หรือการใช้ AI ใน Digital Pathology (ส่วนชิ้นเนื้อ) ซึ่งมีความแม่นยำกว่าการใช้แพทย์ ระบบ Health Scoring หรือการให้คะแนนสุขภาพ เพื่อเก็บข้อมูลที่สามารถนำไปวิเคราะห์ได้
“SVOA กำลังร่วมมือกับสตาร์ทอัพ ไทย-สิงคโปร์ ในการพัฒนา Health Scoring ที่ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามตัว (Wearable Devices) เช่น Apple Watch และอุปกรณ์ IoT ในบ้าน เพื่อสร้างโปรไฟล์สุขภาพของลูกค้าแต่ละคน แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การกำหนดราคาประกันที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมสุขภาพของแต่ละบุคคล
ธุรกิจค้าปลีกและ SMEs กลุ่มค้าปลีกขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) โดยเฉพาะร้านค้าโชห่วย ที่อยู่ภายใต้การสานต่อของคนรุ่นหลาน กำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อแข่งขันกับร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่ เช่น โซลูชัน AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) ร่วมกับ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าภายในร้านค้าปลีก เพื่อเก็บข้อมูลสินค้าที่ได้รับความนิยม หรือเส้นทางที่ลูกค้าเดินผ่าน คล้ายกับข้อมูลที่ได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Amazon หรือ Alibaba ระบบการตรวจสอบความผิดปกติ โดยใช้ AI วิเคราะห์เพื่อตรวจจับการทุจริตของพนักงาน หรือการขโมยของ ระบบ Virtual Human การนำเสนอพนักงานเสมือนจริงบนจอ ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถตอบคำถามและแนะนำสินค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับภาคการศึกษา แม้ไม่ได้เป็นตลาดที่ให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้แต่เม็ดเงินลงทุนในภาคการศึกษามีมูลค่าสูง เนื่องจากมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่บางแห่งต้องการใช้ลงทุนในเทคโนโลยีที่คุ้มค่า เช่น AI Cluster นอกจากนี้ SVOA ยังนำเข้าหุ่นยนต์เพื่อการศึกษาจาก Ubtech ซึ่งมีการเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้ใหม่ โดยเน้นการใช้ AI ในการเขียนโปรแกรมเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถมองหาวัตถุ (Image Processing) และทำภารกิจที่ซับซ้อนได้
กลยุทธ์ด้านพันธมิตร
SVOA สร้างความแข็งแกร่งผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขวางทั้งภายในและภายนอก โดยพันธมิตรภายในเครือ แม้ว่าบริษัทในเครือ เช่น DataOne Asia (ผู้ให้บริการ SI รายใหญ่ที่เน้นลูกค้ากลุ่มธนาคารและ FSI) และ ITP (หน่วยงานที่ทำโครงการกับภาครัฐ) จะแยกการบริหารจัดการและรายได้ แต่ SVOA ทำงานร่วมกับบริษัทเหล่านี้มากขึ้น โดย DataOne Asia จะเน้นโครงการขนาดใหญ่ (ระดับหลายร้อยล้าน) ส่วน SVOA จะเน้นตลาดขนาดกลาง
ส่วนพันธมิตรภายนอกที่เป็น SI และตัวแทนจำหน่าย (Dealer) SVOA มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 300 รายทั่วประเทศ ซึ่งกำลังประสบปัญหาเดียวกันคือ ลูกค้าเดิมที่เคยซื้อคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์เริ่มต้องการ “ระบบ” หรือโซลูชันมากขึ้น SVOA จะใช้ดีลเลอร์เหล่านี้ เป็นช่องทางในการขยายตลาดสู่ SME/SI ขนาดกลาง ซึ่งหลายรายผันตัวเองเป็น SI ขนาดเล็กบ้างแล้ว
สำหรับพันธมิตรเทคโนโลยี (Tech Vendors) SVOA ร่วมมือกับผู้ผลิตเทคโนโลยีหลายราย โดยเน้นการสร้างสถาปัตยกรรม AI แบบทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการผูกขาดเทคโนโลยีจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
กรรมการผู้จัดการ SVOA ยกตัวอย่างถึง Huawei เป็นพันธมิตรหลักในการนำเสนอโซลูชัน AI Infrastructure โดยเฉพาะ Huawei Ascend ซึ่งเน้นความคุ้มค่าและการใช้งานจริง (Practical AI) ในองค์กร Huawei ยังมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับ LLM (Large Language Model) Server สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ (ราคาประมาณ 10-20 ล้านบาท) ส่วน Supermicro เป็น พันธมิตรที่เน้นเซิร์ฟเวอร์ทุกระดับ โดยเฉพาะ AI Server ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ทำให้ SVOA มีตัวเลือกทางเทคโนโลยีฝั่งตะวันตก และยังมีผู้ผลิตอื่น ๆ เช่น MSI และ Gigabyte สำหรับโซลูชัน AI ระดับเล็ก (Workstation) ที่สามารถทำ Inference ง่าย ๆ ได้ในราคาเริ่มต้น 200,000 กว่าบาท
มุ่งลงทุนวิจัยและพัฒนา
SVOA ได้เริ่มลงทุนในแล็บ สำหรับ AI โดยเฉพาะ เพื่อเป็น Proof of Concept และพัฒนาระบบร่วมกับสตาร์ทอัพ การลงทุนในส่วนนี้มีมูลค่าหลายสิบล้านบาท
“ความร่วมมือกับสตาร์ทอัพเป็นแนวทางใหม่ที่ SVOA ไม่เคยทำมาก่อน บริษัทมองหาแนวคิดใหม่ ๆ เช่น โครงการ Health Scoring โดยใช้แล็บเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์นวัตกรรม นอกจากนี้ SVOA ยังมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย รวมถึงการเชื่อมโยงกับศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี (Incubators) เช่น Harbor Space เพื่อเข้าถึงนวัตกรรมและสตาร์ทอัพที่มีไอเดียใหม่ ๆ
ตลาดเป้าหมายและการขยายตัว
ปัจจุบันลูกค้าหลักของ SVOA (เมื่ออิงจากบริษัทในเครืออย่าง DataOne Asia) คือองค์กรขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน (FSI) ในทิศทางใหม่ SVOA จะขยายการเข้าถึงไปยังกลุ่ม SI ขนาดกลาง (System Integrator ขนาดกลาง) และกลุ่ม SME มากขึ้น กลุ่ม SME ที่เป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ โรงแรมและโรงพยาบาลขนาดกลาง ขนาด 50 ถึง 150 ห้อง และโรงพยาบาลขนาดกลางทั้งรัฐและเอกชน ธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ที่ได้รับการสานต่อโดยคนรุ่นหลาน (New Gen) ที่เริ่มสร้างเครือข่ายในระดับอำเภอ จังหวัด หรือภูมิภาค เช่น ภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคอีสานตอนบน
ในยุค AI ที่มีกระแสการลดพนักงานในปัจจุบัน แต่สำหรับ SVOA ไม่มีนโยบายดังกล่าวแต่กลับมองหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่า ปัจจุบันมีจำนวนพนักงาน SVOA ราว 700 กว่าคนทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนองค์กรต่อไปอย่างก้าวหน้า
