รายงานอัปเดตสถานการณ์ความยากจนโลกประจำเดือนมีนาคม ปี 2026 ของธนาคารโลก (World Bank) สะท้อนภาพรวมที่ซับซ้อนของความก้าวหน้าและความท้าทายในการลดความยากจนทั่วโลก โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าจำนวนประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรงยังคงอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 847 ล้านคนในปี 2024 แม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 แล้วก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความยากจนยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการแก้ไข
ในระดับโลก การคาดการณ์ในปัจจุบันชี้ว่าความยากจนขั้นรุนแรงจะลดลงจาก 10.4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2024 เหลือ 10.0 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 การคาดการณ์เหล่านี้อิงตามการคาดการณ์ข้อมูลบัญชีประชาชาติจากรายงาน Global Economic Prospects เดือนมกราคม 2026 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ ณ เวลาที่ทำการปรับปรุง ดังนั้นจึงไม่ได้สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือการเปลี่ยนแปลงเส้นความยากจนสากล ซึ่งธนาคารโลกได้ปรับเพิ่มจาก 2.15 ดอลลาร์ต่อวันเป็น 3 ดอลลาร์ต่อวัน เพื่อสะท้อนค่าครองชีพที่แท้จริงมากขึ้น การปรับเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้จำนวนผู้ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจนเพิ่มขึ้นในเชิงสถิติ แม้ว่าในความเป็นจริงบางประเทศจะมีความก้าวหน้าในการยกระดับคุณภาพชีวิตก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้การเปรียบเทียบข้อมูลในระยะยาวต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น
รายงานยังเน้นว่าการลดความยากจนในช่วงหลังเกิดความชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้โลกเคยประสบความสำเร็จในการลดจำนวนคนยากจนอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันความก้าวหน้ากลับลดลงจากปัจจัยหลายด้าน เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ความยากจนยังมีแนวโน้มกระจุกตัวมากขึ้นในประเทศที่มีความเปราะบางหรืออยู่ในภาวะความขัดแย้ง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
อีกประเด็นที่สำคัญคือความไม่เท่าเทียมกันของการฟื้นตัวในแต่ละภูมิภาค แม้ว่าหลายประเทศจะสามารถลดอัตราความยากจนได้หลังวิกฤต แต่ความคืบหน้ากลับไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุด และยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องในขณะที่บางประเทศสามารถฟื้นตัวได้เร็วจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ
โดยสรุป รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่าการขจัดความยากจนยังคงเป็นความท้าทายระยะยาวของโลก แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในบางด้าน แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น ความไม่เท่าเทียม ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากวิกฤตโลก ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ดังนั้น การดำเนินนโยบายที่เน้นการเติบโตอย่างทั่วถึง การลงทุนในทุนมนุษย์ และการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความยากจนอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข้อมูลจาก: https://blogs.worldbank.org/en/opendata/march-2026-global-poverty-update-from-the-world-bank–new-data-a
