Home » งานอาสาใน Food Bank

บทความ เรื่องเล่าจากต่างแดน โดย 2 Cents

“อเมริกากับการบริจาคและงานจิตอาสา” วันนี้จะมาเล่าถึงการทำงานของ Food Bank ให้อ่านกันนะคะ นอกจากได้ช่วยคน ยังได้รู้วิธีการจัดสรร แยกเยอะอาหารด้วยค่ะ

จริงๆ เราก็รู้ว่าปัญหาความยากจนนั้นมีทุกที่ แต่เมื่อก่อนเราก็ไม่ค่อยรู้สึกถึงปัญหานี้นักจนเรามาทำงานอาสานี่แหละ ถึงได้เห็นว่าปัญหามันใหญ่กว่าที่เราคิด และคนที่อยู่ที่นี่ ถ้าไม่เคยมาทำตรงนี้ก็คงไม่รู้ว่าปัญหามันใหญ่แค่ไหน และเขาช่วยลดปัญหากันยังไง

องค์กรที่ชื่อว่า Food Bank จะมีในทุกรัฐ บางรัฐก็จะมีหลายแห่ง โดยมีองค์กรแม่คือ Feeding America ที่เป็นหน่วยงานไม่หวังผลกำไร มีงบประมาณสูงที่สุดในอเมริกาคือ ปีละกว่า 4,000 ล้านเหรียญ และส่วนมากมาจากเงินบริจาค

Feeding America จะรับบริจาคทั้งเงินและสิ่งของ (อาหาร) ทั้งจากบุคคลทั่วไปและบริษัท เขาร่วมมือกับบริษัทผลิตอาหาร โดยรับบริจาคอาหารที่เหลือหรือไม่ผ่านการควบคุณคุณภาพด้านรูปลักษณ์ ขอเน้นว่าด้านรูปลักษณ์นะคะคือแค่ไม่สวย แต่คุณภาพด้านโภชนาการไม่ได้มีปัญหาอะไร

Feeding America ก็รับอาหารเหล่านี้มาและมาถาม Food Bank ลูกข่ายว่ามีของนี้ ใครต้องการบ้าง ต้องการเท่าไหร่ แล้วเขาก็จะจัดสรรส่งไปให้กับ Food Bank ต่างๆ

Food Bank ก็จะคัดเลือก แยกแยะของพวกนี้และนำไปแจกจ่ายให้ Food Pantry หรือคนที่ขัดสนในพื้นที่

Food Pantry คือสถานที่ ที่แจกจ่ายอาหารให้ครอบครัวที่ขัดสนไปทำกิน และ/หรือ ทำอาหารแจกให้คนกิน กรณีที่เป็นคนไร้บ้านไม่มีครัวทำอาหาร ก็จะได้กินอาหารฟรี

Food Pantry ส่วนมากจะเป็นโบสถ์

(จากภาพ: หน้าเพจ Food Pantry หนึ่งแถวที่เราอยู่)

เราเคยทำงานอาสาในโกดังของ Food Bank แถวบ้านอยู่เกือบ 3 ปี

Food Bank ที่เราทำงานอาสานี้ เขาไม่แค่ส่งอาหารไปให้คนที่ขาดแคลนแต่เขารับบริจาคของทุกอย่าง ทั้งของใช้ในบ้าน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การเรียน แว่นสายตายาว หรือแม้แต่อาหารสัตว์เลี้ยงเขาก็รับ เขารับหมด เพราะไม่ว่าอะไรที่คนได้รับไป คนเหล่านั้นก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนั้นและสามารถเอาเงินไปซื้อของอย่างอื่นที่จำเป็นได้

นอกจากนี้เขายังมีส่วนที่ทำฟาร์มปลูกผักด้วย และเขาก็รับอาสาสมัครทำงานแทบทุกอย่าง และก็รับบริจาคทั้งเงิน อาหาร และของทุกอย่าง

ทาง Food Bank เขามีเว็บเพจที่มีหน้าเกี่ยวกับอาสาสมัครโดยเฉพาะ เราสามารถเข้าไปลงชื่อเลือกทำงานอาสาตามที่เราสนใจได้ เขาจะมีเวลาเป็นช่วงๆ ช่วงละ 2 ชั่วโมง แต่พอไปบ่อยๆ รู้จักคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่เขา และตัวคนเดียว ตอนหลังเราก็ไม่ลงชื่อล่วงหน้า วันไหนตื่นเช้าก็ไป

(ภาพ: หน้าเพจสำหรับลงชื่อทำงานอาสาของ Food Bank ที่เราเคยอาสา จะมีทั้งงานอาสาในฟาร์ม ในโกดัง และกิจกรรมอื่น)

งานอาสาที่เราทำคือในโกดัง เราจะทำช่วงเช้าวันหยุดอาทิตย์ละครั้ง สิ่งที่ทำคือคัดแยกและจัดสรรของบริจาค คัดแยกของที่เสียออกไป และแบ่งของที่ดีเป็นถุงหรือลังย่อยๆ พร้อมที่จะนำไปแจกจ่ายให้คนที่ต้องการ

Food Bank นี้เขารับบริจาคสิ่งของด้วย ทุกอาทิตย์ของที่เราคัดแยกจัดสรรก็จะแตกต่างกันไป

อาหารที่เขารับบริจาคหลายครั้งจะมาจากบริษัทหรือฟาร์มใหญ่ ที่ผลิตของเกินหรือหน้าตาไม่ได้มาตรฐาน เอาไปขายไม่ได้ เขาก็จะบริจาคมาให้ ส่วนมากกรณีแบบนี้เขาจะบริจาคให้ Feeding America ที่เป็นหน่วยงานแม่ของ Food Bank ที่เราอธิบายไปแล้ว

ที่เราเคยเจอก็ เช่น ฟาร์มมันฝรั่งบริจาคมันฝรั่งที่เหลือจากการขายมาให้เป็นลังใหญ่ๆ เป็นตันๆ สิ่งที่เราทำก็คือคัดแยกเอาหัวที่เสียทิ้ง ส่วนหัวที่ดีก็แยกใส่ถุง ถุงละไม่กี่กิโลแล้วใส่ในลังขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 15-20 กิโล เพื่อให้คนยกไหว

หรือโรงงานทำบิสกิตแช่แข็งที่ทำออกมาหน้าตาไม่ดี เขาก็ส่งมาให้เป็นลังใหญ่ๆ อีกเหมือนกัน เราก็แยกใส่ถุง ถุงละ 15-20 ชิ้น สำหรับแต่ละครอบครัว

นอกจากนี้ทาง Food Bank ก็ยังรับของบริจาคโดยตรงจากร้านค้า ธุรกิจในพื้นที่ด้วย เช่น เนื้อสัตว์แช่แข็ง ที่เลยกำหนดวันที่จะขายได้แล้ว

ใช่ค่ะ… อาหารที่เกินวันหมดอายุ หรือวันที่ควรกิน (best by date) หรือเนื้อสัตว์ที่เกินวันที่ขายได้นั้นมันยังไม่เสีย ยังกินได้ บางอย่างนั้นกินได้หลังจากวันพวกนี้เป็นปีเลย คนไทยมักจะรังเกียจอาหารกระป๋องที่เลยวันที่ระบุบนกระป๋อง แต่ที่นี่เขาไม่ค่ะ

เพราะของที่ได้รับบริจาคมาจะต้องมาคัดเลือกไม่ได้เอาไปแจกทันที บางครั้งกว่าจะคัดเลือกอาจจะเลยวันหมดอายุไปแล้ว ถ้าทิ้งอาหารทุกอย่างที่เลยวันหมดอายุก็จะเสียของที่ยังใช้ได้ไปอย่างเปล่าประโยชน์

Food Bank เขาจะมีไกด์ไลน์มาให้ ว่าอาหารประเภทไหนจะใช้ได้หลังวันกำหนดวางขาย หรือวันที่ระบุบนกล่อง/กระป๋อง นานแค่ไหน เวลาเราแพ็ค เขาจะบอกว่าให้ดูวันที่เท่าไหร่เป็นเกณฑ์ คือถ้าหลังจากวันนั้นคือยังใช้ได้ ถ้าก่อนวันนั้นคือโยนทิ้ง

เช่น เนื้อสัตว์แช่แข็งที่เป็นแพ็คๆ เขาจะให้ใช้ได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์หลังจากวัน best by หรือ best before ซึ่งถือว่ายังสามารถนำไปให้คนทำอาหารกินได้ แต่นั่นคือต้องแช่แข็งตลอด ไม่ใช่ละลายอยู่ในตู้เย็น ซึ่ง Food Bank ที่เราอาสาเขามีตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ไว้เก็บอาหารสดเหล่านี้

ลิงก์นี้เป็นตัวอย่างไกด์ไลน์เขานะคะ https://foodbankiowa.org/app/uploads/2022/03/Shelf-Life-of-Food-Bank-Products-2.pdf

พวกเมล็ดถั่วแห้งๆ อาหารกระป๋อง เขาจะใช้ประมาณ 6 เดือนหลังจากวันที่ระบุ บางครั้งด้านข้างของกระป๋องจะบุบก็ยังใช้ได้ นอกจากจะบุบบริเวณด้านบนหรือด้านล่าง อันนั้นจะต้องโยนทิ้ง เพราะเป็นบริเวณที่เขาซีลกระป๋องไว้ ถ้าบริเวณนี้บุบ อากาศและแบคทีเรียอาจจะเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทิ้ง ไม่นำไปแจกจ่าย

ที่สำคัญอีกอย่างคืออาหารที่จะนำไปแจกจ่ายทุกชนิดจะต้องยังมีฉลากโภชนาการติดอยู่ ถ้าไม่มี ถึงจะยังไม่หมดอายุก็ต้องโยนทิ้งเท่านั้น ไม่นำไปแจกจ่าย

สิ่งที่ห้ามใช้หลังวันหมดอายุอย่างเด็ดขาดที่เราจำได้คือ อาหารเด็ก และยา

และที่เขาไม่รับบริจาคคืออาหารที่ทำเสร็จแล้ว คือจะเอาอาหารที่เราทำเองไปบริจาคไม่ได้ ถึงเราจะแช่แข็งมาเขาก็ไม่รับ

ทุกอย่างที่แยกเสร็จแล้วก็จะนำใส่ลังและเอาลังไปวางเรียงบนพาเลท เจ้าหน้าที่เขาจะเอารถมายกกลับไปเก็บในโกดัง เพื่อรอนำไปแจกจ่ายให้ Food Pantry หรือครอบครัวที่ต้องการต่อไป

ทุกครั้งที่ทำพอครบเวลาสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่เขาจะบอกว่า วันนี้เราแยกอาหารไปได้กี่ปอนด์ สามารถให้ได้กี่ครอบครัว ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ ที่ได้ช่วยคน

จริงๆ รัฐที่เราอยู่เป็นรัฐที่เรียกว่ามีรายได้สูง แต่ปัญหาความยากจนนั้นมีทุกที่แหละนะคะ การที่เรามองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่เกิด

คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องงานอาสาขับรถส่งสัตว์จร และปัญหาหมาจรจัดที่นี่ให้อ่านนะคะ ว่าที่อเมริกาก็มีปัญหาหมาจรจัดค่ะ ไม่ใช่ไม่มี

ปล. เคยเจอข้าวเกรียบกุ้งฮานามิด้วย อยากเอากลับบ้านจริงๆ เลย

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด