ด้วยประสบการณ์การบริหารสูงสุดในบริษัทชั้นนำระดับโลกและความสามารถในการพลิกฟื้นธุรกิจ ทำให้คุณศุภจี ถูกเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับบทบาทใหม่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย (ปี 2568) หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า เธอจะเป็นผู้พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ผงาดขึ้นอีกครั้ง แม้จะอยู่ในช่วงเวลาอันมีข้อจำกัดมากมายหลายประการก็ตาม
จากประสบการณ์ ความสำเร็จในหลากหลายธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากล ที่กล่าวได้ว่า เธอคือ นักแก้ปัญหา นักพลิกฟื้นวิกฤติ ที่นำองค์กรสู่ความสำเร็จได้อย่างน่าทึ่ง กลายเป็นข้อโดดเด่นที่น่าจับตามองในบทบาทใหม่ครั้งนี้
คุณศุภจี มีความโดดเด่นอย่างไร? ในโอกาสนี้เว็บไซต์ The-Perspective ขอนำมากล่าวถึงในบางเรื่องบางประเด็น
เส้นทางผู้นำหญิงผู้บุกเบิก
“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ผู้นำหญิงตัวอย่างที่โดดเด่น ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้จารึกประวัติศาสตร์ความสำเร็จให้แก่ทุกองค์กรที่ได้ก้าวเข้าไปบริหาร ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การบริหารเชิงกลยุทธ์ และภาวะผู้นำที่เฉียบคม
เส้นทางการทำงานของคุณศุภจี เริ่มจากพนักงานในตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ กระทั่งนั่งในตำแหน่งสูงสุดในประเทศไทย จากนั้นก้าวข้ามไปบริหารงานอีกหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี โทรคมนาคม และธุรกิจบริการ และทุกบทบาทที่ได้รับ ล้วนสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่เป็นที่กล่าวขานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องการพิสูจน์ศักยภาพของตนเองในโลกธุรกิจ
Country General Manager หญิงคนแรกของ IBM
คุณศุภจี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา และปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาการเงินและการบัญชีระหว่างประเทศ จาก Northrop University รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ชีวิตการทำงานของคุณศุภจี เริ่มต้นขึ้นที่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ในตำแหน่งเล็กๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถที่โดดเด่น ทำให้ภายในเวลาเพียงปีเศษได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ ในปีที่ 13 ของการทำงาน ด้วยวัยเพียง 30 กว่าปี คุณศุภจีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ (Country General Manager) ของ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กลายเป็นสตรีคนแรกที่ขึ้นครองตำแหน่งนี้ และยังเป็นผู้บริหารอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้บริหารระดับสูงของไอบีเอ็มทั่วโลก ณ ขณะนั้น
ก้าวสู่เวทีโลก ทำงานกับผู้นำระดับโลกที่ IBM สำนักงานใหญ่
ความสำเร็จของคุณศุภจีภายใต้ร่มเงาของไอบีเอ็มไม่ได้หยุดอยู่เพียงประเทศไทย เธอได้รับตำแหน่งสำคัญในระดับอาเซียน โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของไอบีเอ็มอาเซียน ฝ่ายบริการเทคโนโลยีทั่วโลก และจากนั้นได้ก้าวไปอีกระดับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการได้รับโอกาสทำงานที่สำนักงานใหญ่ของไอบีเอ็มในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในตำแหน่ง Client Advocacy ซึ่งเป็นผู้ช่วยของ Samuel J. Palmisano CEO ของ IBM สำนักงานใหญ่
ในบทบาทนี้ คุณศุภจีทำหน้าที่เสมือนเลขาธิการของหน่วยงานที่ดูแลผู้นำสูงสุด (CEO) โดยมีภารกิจสำคัญที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะทุกย่างก้าว ทุกคำพูด และทุกการตัดสินใจของ CEO ระดับโลกล้วนต้องถูกกำหนดกลยุทธ์อย่างรอบคอบ มีข้อมูลสนับสนุนที่ครบถ้วน และต้องนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปราศจากความผิดพลาดแม้แต่น้อย
การทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำระดับโลกเช่น Samuel J. Palmisano ทำให้คุณศุภจีได้สั่งสมประสบการณ์และเรียนรู้การบริหารจัดการในระดับสูงสุดขององค์กรข้ามชาติ
นอกจากนี้ คุณศุภจียังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำด้านความหลากหลาย (Diversity Leader) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นขององค์กรในความสามารถในการสร้างความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่างในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบข้ามชาติ
ตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ไอบีเอ็ม คุณศุภจีได้สั่งสมประสบการณ์ในหลากหลายบทบาท ทั้งงานด้านการขาย การตลาด การบริการ และการเงิน ซึ่งทำให้มีความเข้าใจในธุรกิจทุกมิติและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
พลิกฟื้นไทยคมจากขาดทุนมาสร้างกำไรในไตรมาสเดียว
หลังจากสั่งสมประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไอบีเอ็ม คุณศุภจีตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยการเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2554-2558 ภารกิจสำคัญที่ไทยคมคือ การพลิกฟื้นธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมา 6-7 ปี ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยากยิ่ง แต่ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ของคุณศุภจี ความสำเร็จได้เกิดขึ้นอย่างน่าทึ่งด้วยการทำให้บริษัทกลับมามีกำไรได้ภายในไตรมาสแรกที่เข้ารับตำแหน่ง
กลยุทธ์การพลิกฟื้นธุรกิจของคุณศุภจีโดดเด่นด้วยการมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่อยู่ในขอบเขตที่สามารถควบคุมได้ โดยเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ แก้ไขผลประกอบการให้มีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองคู่แข่งเป็นศัตรู มาเป็นการสร้างความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน
ปฏิวัติธุรกิจกลุ่มดุสิตธานี ขยายเครือข่ายทั่วโลก
การเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของกลุ่มดุสิตธานีเป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิตการทำงานของคุณศุภจี เป็นผู้บริหารที่เป็นคนนอกครอบครัวคนแรกขององค์กรที่มีอายุเกือบ 80 ปี ภายใต้การนำของคุณศุภจี นับตั้งแต่ ปี 2559 – ปี 2568 ดุสิตธานีเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายมิติ คุณศุภจีนำประสบการณ์ด้านการวางแผน การบริหาร การพัฒนาบุคลากร และการพัฒนาธุรกิจและเทคโนโลยี มาปรับใช้กับกลุ่มดุสิตธานี เพื่อต่อยอดการขยายธุรกิจสู่นานาประเทศ รวมทั้งยังกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืนด้วย
“ทำ 100% ในสิ่งที่รู้” หลักคิดผู้นำหญิงนาม “ศุภจี”
ปรัชญาการทำงานที่โดดเด่นของคุณศุภจีคือ “เราไม่จำเป็นต้องรู้ 100% แล้วลงมือทำ แต่เราควรลงมือทำ 100% ในสิ่งที่เรารู้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในการทำงาน
ในฐานะผู้นำ คุณศุภจีให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพของทีมงานออกมาให้ตรงกับความสามารถของแต่ละคน ด้วยความเชื่อที่ว่า “การเป็นผู้นำที่ดี ทำอะไรได้หลากหลายให้สำเร็จ แต่เราทำไม่ได้ด้วยตัวเราเพียงคนเดียว” สิ่งนี้คือความเชื่อในการกระจายงานและมอบหมายความรับผิดชอบให้แก่ทีมงาน โดยให้แต่ละคนได้ใช้ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่
