Home » เอเชีย พลัส ทรานส์ฟอร์มสู่ Wealth ครบวงจร ชู Value Beyond Wealth

เอเชีย พลัส ทรานส์ฟอร์มสู่ Wealth ครบวงจร ชู Value Beyond Wealth

โดย Reporter 1
7 views

กลุ่มบริษัท เอเซีย พลัส ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ปี 2569 เดินหน้าสร้างความสำเร็จให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Value Beyond Wealth: Building Sustainable Wealth” พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจจากโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม สู่การเป็นสถาบันบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ ที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับการให้คำปรึกษาเชิงลึกในระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย โดยมีแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ เอเซีย พลัส มุ่งเน้นการผสานมุมมองการลงทุนอย่างรอบด้าน เพื่อคัดเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม กระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนคุ้มค่า เพื่อช่วยปกป้องและต่อยอดความมั่งคั่งของลูกค้าในทุกภาวะตลาด

ผลงานปี 2568 ของกลุ่มเอเซีย พลัส สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจที่สามารถยืนเหนือความผันผวนของตลาดทุนได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเผชิญภาวะซบเซาและมูลค่าการซื้อขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพรายได้ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในหลายมิติ

ในด้านความสามารถทำกำไร บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 9.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.9% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 4.0% เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมเพียง 0.7% สะท้อนประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น

ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income) อยู่ที่ 88.0% ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 95.1% แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีวินัย

ขณะเดียวกัน อัตราค่าคอมมิชชั่น (Commission Rate) ยังอยู่ในระดับ 0.11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 0.081% สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ Premium Pricing ที่สามารถรักษามูลค่าบริการไว้ได้ แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาอย่างเข้มข้นในตลาดทุน

เอเซีย พลัส เดินหน้ายุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร ยกระดับจากธุรกรรมการลงทุนแบบเดิม สู่การเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ

เสาหลักแรกคือการเร่งการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือและแนวทางการให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละกลุ่มลูกค้า ผ่าน Segment-Specific Playbooks และ RM Toolkits พร้อมผสานมุมมองการลงทุนแบบ ASP House View ให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งองค์กร

นอกจากนี้ ยังมุ่งนำเสนอกองทุนลงทุนตามเมกะเทรนด์โลก ทั้งกลุ่ม AI และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีและวัสดุแห่งอนาคต ตลอดจนการต่อยอด Data-Insight Advisory ด้วย AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก จับคู่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และส่งมอบคำแนะนำที่แม่นยำผ่านทุกช่องทางแบบ Omnichannel

เสาหลักที่สอง คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ไร้รอยต่อ (Seamless Journey) ด้วยกลยุทธ์ “Mobile First” พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ตั้งแต่การติดตามบทวิเคราะห์ การบริหารพอร์ต การจองซื้อหลักทรัพย์ ไปจนถึงการอัปเดตสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ พร้อมกันนี้ยังขยายโมเดล “Investment Hub” ศูนย์บริการด้านการลงทุนรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในปี 2569

เสาหลักสุดท้าย คือการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านการลงทุน (Professional RM) ให้ก้าวสู่มาตรฐานมืออาชีพ ผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ ASP Incubator Program ที่มุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เป็น Wealth Advisor ที่ผสานความรู้ด้านการเงินและเทคโนโลยี และ ASP Advance Accelerator Program ที่ต่อยอดศักยภาพผู้แนะนำการลงทุนเดิม ให้สามารถให้คำปรึกษาด้านความมั่งคั่งแบบองค์รวมได้อย่างครบถ้วน

ทั้ง 3 เสาหลักนี้ สะท้อนทิศทางการปรับตัวของเอเซีย พลัส ที่มุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในระยะยาว พร้อมยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐานสากล และตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในยุคใหม่ได้อย่างรอบด้าน

กลุ่มเอเซีย พลัส ยังคงยึดมั่นการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและแนวทางความยั่งยืน (ESG) อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2568 ในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนมาตรฐานความโปร่งใสและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม พร้อมทั้งได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ระดับ AA ประจำปี 2568 ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการบริหารองค์กรโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างสมดุล

ในด้านสิ่งแวดล้อม เอเซีย พลัส เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าลดลงเฉลี่ย 4.20% ต่อปี ในขอบเขต Scope 1 และ 2 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2030 ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพสังคม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเสริมสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างรัดกุมในยุคดิจิทัล

ภายใต้สภาวะตลาดที่เริ่มคลายความตึงเครียด (De-Escalation) หลังมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนระยะสั้นกลับเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) มากขึ้น โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ การบริโภค และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามความผันผวนในระยะถัดไป จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ในบริบทดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำการจัดพอร์ตแบบสมดุล (Balanced Portfolio) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หลัก ได้แก่

  • ตราสารทุน (Equity) 55% เน้นหุ้นและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ เช่น เทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต รวมถึงหุ้นชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
  • ตราสารหนี้ (Fixed Income) 30% เพื่อสร้างเสถียรภาพของพอร์ตและกระแสรายได้สม่ำเสมอ
  • สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) 15% เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน

นอกจากนี้ เอเซีย พลัส ยังมีเครื่องมือการลงทุนเพิ่มเติม เช่น Equity Linked Note (ELN) และ Fixed Coupon Note (FCN) เพื่อช่วยออกแบบพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

“เอเซีย พลัส มุ่งเป็นพันธมิตรทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ช่วยให้นักลงทุนรับมือทุกความผันผวน และก้าวสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ”

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด