Home » วัฒนธรรมองค์กร ชี้ชะตาอนาคต “สำเร็จ หรือ ล้มเหลว”

วัฒนธรรมองค์กร ชี้ชะตาอนาคต “สำเร็จ หรือ ล้มเหลว”

673 views

บทความโดย ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)

หลายท่านคงคุ้นเคยกับวลีที่ว่า Culture eats Strategy for breakfast ของปีเตอร์ ดรักเกอร์ กูรูนักเขียน และที่ปรึกษาด้านการจัดการชื่อดังซึ่งแปลตรงตัวคือ “วัฒนธรรมกินกลยุทธ์เป็นอาหารเช้า” ซึ่งผู้เขียนอยากจะต่อท้ายว่าไม่เพียงแต่เป็นอาหารเช้า แต่เป็นทั้งอาหารกลางวันและอาหารเย็น ประเด็นหลักของวลีนี้คือ ในองค์กรธุรกิจวัฒนธรรมมีความสำคัญมากกว่ากลยุทธ์ 

จะว่าไปแล้วในโลกธุรกิจที่ภูมิทัศน์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจัดทำกลยุทธ์จึงให้ความสำคัญกับข้อมูล insight หรือ mega trend ซึ่งมีมากมายมหาศาล จะถูกนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ทดลอง ปรับแต่ง จนได้กลยุทธ์ที่คิดว่าใช่สำหรับองค์กร ผ่านกระบวนการนำเสนออนุมัติโดยผู้บริหาร คณะกรรมการ เพื่อที่จะนำไปเป็นเข็มทิศนำทาง และส่งต่อไปยังการปฏิบัติงาน

หากแต่หลายครั้งพบว่า ไม่สามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์นั้นมาสู่การปฏิบัติได้ ทั้งที่มีการประเมินความเสี่ยงในด้านต่างๆ ไว้แล้ว เพราะเรามองข้ามพลังที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ที่สามารถสร้างหรือทำลายแม้แต่แผนที่จัดทำขึ้นอย่างพิถีพิถันที่สุด นั่นก็คือ “วัฒนธรรม”

วัฒนธรรมที่มักถูกมองข้ามถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดขององค์กร ไม่ใช่แค่คำศัพท์หรือแนวคิดผิวเผินเท่านั้น มันเป็นแก่นแท้ของวิธีการทำงานต่างๆ ภายในบริษัท การกำหนดทัศนคติ พฤติกรรม และผลลัพธ์ในที่สุด

วัฒนธรรมแทรกซึมอยู่ในทุกแง่มุมขององค์กร ตั้งแต่ค่านิยม และความเชื่อ ไปจนถึงบรรทัดฐานและแนวปฏิบัติขององค์กร โดยแก่นแท้แล้ว วัฒนธรรมแสดงถึงบุคลิกภาพโดยรวมขององค์กร โดยรวบรวมอัตลักษณ์ขององค์กรและชี้นำการดำเนินการขององค์กร เป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ซึ่งควบคุมการโต้ตอบ ความเข้าใจร่วมกันในสิ่งที่สำคัญที่สุด และแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการตัดสินใจ

ดังนั้นองค์กรที่ผู้บริหารให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรมองค์กร” จึงมีการระบุถึงวัฒนธรรมหรือพฤติกรรมที่เหมาะสมในองค์กร

จากคุณค่าร่วมสู่วัฒนธรรมองค์กร

ผู้บริหารต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่สามารถกำหนดจากบนลงล่างได้ แต่เป็นการสร้างสรรค์ร่วมกันโดยสมาชิกทุกคนในองค์กร ตั้งแต่มุมสำนักงานไปจนถึงแนวหน้า เป็นผลมาจากพฤติกรรมที่สม่ำเสมอ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้นำและการยอมรับจากพนักงานทุกระดับ ดังนั้น การปลูกฝังวัฒนธรรมเชิงบวกจึงต้องใช้ความพยายามร่วมกันในการปรับค่านิยม ส่งเสริมความไว้วางใจ และเพิ่มขีดความสามารถให้แต่ละบุคคลมีส่วนร่วมในส่วนรวมของตนเองอย่างดีที่สุด

วัฒนธรรมที่เหมาะสมในองค์กร จะเริ่มต้นจาก Core Value หลายองค์กรมีการกำหนด Core Value ไว้ชัดเจนแต่ไม่แปลง Core Value มาเป็นวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม ซึ่งการแปลงคุณค่าร่วมผ่านกระบวนการ “ปรับความเชื่อ ทัศนคติ ความคิด” นำไปสู่การ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ในการทำงานร่วมกันของคนในองค์กร ซึ่งผู้บริหารหรือองค์กรจำเป็นต้องมีการกำหนดภาพวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับ Core value ในแต่ละเรื่อง

ดังเช่น Core Value คือ “การทำงานเป็นทีม” จำเป็นต้องกำหนดพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทำงานเป็นทีม เช่น ในการประชุมทุกคนต้องตรงต่อเวลา มีการเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนการประชุม และประธานในที่ประชุมมีการสรุปก่อนจบการประชุมทุกครั้ง เป็นต้น

ทำไมผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร

ผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร ตระหนักดีว่า วัฒนธรรมองค์กรที่แสดงผ่านพฤติกรรมรการทำงานร่วมกันส่งผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพขององค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว วัฒนธรรมที่แข็งแกร่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดความสำเร็จ การขับเคลื่อนการมีส่วนร่วม นวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัวเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง

ในทางกลับกัน วัฒนธรรมที่เป็นพิษสามารถเป็นฆาตกรเงียบ ทำลายขวัญกำลังใจ ความคิดสร้างสรรค์ที่บั่นทอน และขัดขวางความก้าวหน้า

ลองพิจารณากรณีของ Enron ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร ก่อนที่จะล่มสลายครั้งใหญ่เนื่องจากการฉ้อโกงที่แพร่หลายและการประพฤติมิชอบทางจริยธรรม เบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองที่ซ่อนเร้นวัฒนธรรมที่เป็นพิษซึ่งมีลักษณะเป็นความเย่อหยิ่ง การหลอกลวง และการแสวงหาผลประโยชน์ระยะสั้นอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยราคาใดก็ตาม

ผลที่ตามมาคือหายนะ ไม่เพียงแต่สำหรับบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพนักงาน นักลงทุน และชุมชนธุรกิจในวงกว้างด้วย

ในทางกลับกัน บริษัทอย่าง Google ได้แสดงให้เห็นถึงพลังการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมเชิงบวก โดยที่ความโปร่งใส การไม่แบ่งแยก และการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างไม่หยุดยั้งไม่ได้เป็นเพียงอุดมคติอันสูงส่งเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักการพื้นฐานที่ขับเคลื่อนความสำเร็จอีกด้วย

องค์กรเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้มีความสามารถระดับสูงเท่านั้น แต่ยังรักษาพวกเขาไว้ ส่งเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของและวัตถุประสงค์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและขับเคลื่อนผลลัพธ์

ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความเป็นเลิศ

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วัฒนธรรมกลายเป็นตัวสร้างความแตกต่างขั้นสูงสุดระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลว เพราะในส่วนลึกของวัฒนธรรมที่ดี จะมีศักยภาพในการปลดปล่อยพลังความสามารถและความหลงใหลอย่างเต็มที่ของทุกคน สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรม ส่งเสริมความยืดหยุ่น และท้ายที่สุดก็คือการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จระดับใหม่

ผู้บริหารมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลและปกป้องวัฒนธรรมของตน โดยตระหนักว่าวัฒนธรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสิ่งดีที่จะมีเท่านั้น แต่ยังเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในระยะยาว ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความเป็นเลิศ ซึ่งโดดเด่นด้วยความไว้วางใจ การทำงานร่วมกัน และการแสวงหาความยิ่งใหญ่อย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานได้รับมอบอำนาจให้เจริญเติบโต ขับเคลื่อนนวัตกรรม และขับเคลื่อนการเติบโตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด