Home » คปภ. เปิดหลักสูตร Top Gun รุ่น 3 ปั้นผู้นำประกันภัยยุคใหม่

คปภ. เปิดหลักสูตร Top Gun รุ่น 3 ปั้นผู้นำประกันภัยยุคใหม่

โดย Reporter 1
63 views

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดพิธีเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มพนักงานศักยภาพสูง (Top Gun) ปีที่ 3 โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พลอากาศโท เมธา สุนทรศารทูล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย คณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. คณะวิทยากรจากกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ และพนักงานในกลุ่ม Top Gun ปีที่ 3 จำนวน 35 คน เข้าร่วม ณ โรงเรียนเตรียมทหาร จังหวัดนครนายก

เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการพัฒนากลุ่มพนักงานศักยภาพสูง หรือ Top Gun ถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายและทิศทางสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรของสำนักงาน คปภ. โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และกล้าคิดนอกกรอบ ควบคู่กับการปลูกฝังความเป็นผู้นำที่กล้าคิด กล้าตัดสินใ เชิงยุทธศาสตร์ในทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของสำนักงาน คปภ. ในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการ Top Gun มิใช่เพียงหลักสูตรพัฒนาบุคลากร หากแต่เป็นสนามฝึกผู้นำของสำนักงาน คปภ. ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้มีศักยภาพสูงได้รับการท้าทาย ได้เรียนรู้ และได้พิสูจน์ตัวเองในสถานการณ์ที่กดดันและซับซ้อน เพราะในโลกปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ไม่ได้ต้องการเพียงคนทำงานเก่ง แต่ต้องการคนที่คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และนำผู้อื่นได้

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เส้นทางของโครงการ Top Gun ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม กล่าวคือ ปีแรก เป็นการวางรากฐานความเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม ปีที่สอง เป็นการเสริมทักษะการทำงานข้ามสายงาน การคิดเชิงข้อมูล และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ผ่าน 5 Flagship Projects สำคัญ

ได้แก่ 1) โครงการ OIC 101 มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการประกันภัยและการสื่อสารเชิงรุก 2) โครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการประกันภัยแบบพาราเมตริก (Parametric Insurance) 3) โครงการยกระดับการกำกับดูแล Group-wide Supervision ด้วยระบบงาน IT 4) โครงการพัฒนา OIC Intelligent Gateway เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร

และ 5) โครงการพัฒนาองค์กรด้านการบริหารจัดการสวัสดิการบุคลากร และ ปีที่สาม ซึ่งเป็นปีปัจจุบัน ถือเป็นช่วงของการฉายศักยภาพของพนักงานออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านการคิดเชิงยุทธศาสตร์ การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และการกล้าริเริ่มสิ่งใหม่เพื่อองค์กร โดยพนักงานกลุ่ม Top Gun ปีที่ 3 ทั้ง 35 คน ที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นบุคลากรที่สำนักงาน คปภ. เล็งเห็นศักยภาพและคาดหวังว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญขององค์กรในอนาคต

สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มพนักงานศักยภาพสูง (Top Gun) ปีที่ 3 นี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประสานความร่วมมือกับกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ นำโดย นาวาอากาศเอก เอก ศรลัมภ์ ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำกรมกำลังพลทหารอากาศ ช่วยราชการที่ สำนักงานรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ

อาทิ ภาวะผู้นำ (Leadership) การคิดอย่างเป็นระบบด้วย Casual Loop Diagram การเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม การฝึกแก้ไขสถานการณ์จำลอง (Tabletop Exercise) การวิเคราะห์จุดศูนย์ดุล (COG Analysis) และการเชื่อมโยงมโนทัศน์ (Connecting Concepts) โดยได้นำกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริงมาใช้ในการเรียนรู้ อาทิ เหตุการณ์ เครนตกทับรถไฟ จังหวัดนครราชสีมา เหตุพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา

โดยเริ่มการอบรมในหัวข้อสถาบันพระมหากษัตริย์กับกองทัพอากาศ ควบคู่กับการทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) การฝึกสถานการณ์จำลอง และการนำเสนอผลการเรียนรู้ ทั้งนี้ การฝึกอบรมตลอด 3 วัน ไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังการบรรยาย แต่เป็นการฝึกคิด ฝึกตัดสินใจ และฝึกทำงานร่วมกับผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน อันเป็นทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำยุคใหม่

“ภายหลังจบหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงสิ่งที่ Top Gun ทุกคนได้เรียนรู้ แต่คือสิ่งที่ทุกคนจะกลับไปลงมือทำ เพราะสำนักงาน คปภ. จะเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้เกิดจากแผนงานบนกระดาษ หากแต่เกิดจากคนที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้ารับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง

นอกจากนี้ การพัฒนากลุ่มพนักงานศักยภาพสูงของสำนักงาน คปภ. ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเสริมสร้างทักษะภาวะผู้นำและการคิดเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อองค์กร และการตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม ควบคู่กับการสร้างค่านิยมการทำงานที่สุจริต โปร่งใส และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด