Home » ปฏิวัติวงการค้าปลีก! Google ส่ง Gemini AI พลิกเกมโฆษณา

ปฏิวัติวงการค้าปลีก! Google ส่ง Gemini AI พลิกเกมโฆษณา

102 views

สิ้นสุดยุคเก่า! เมื่อ AI กลายเป็นคู่คิดธุรกิจ! Google เผยโฉมโซลูชันอัจฉริยะ ดัน AI ขับเคลื่อนธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด เผยฟีเจอร์เด็ดในงาน Google Marketing Live 2026″

เมื่อ AI กลายเป็นคู่คิดธุรกิจ! เจาะลึกฟีเจอร์เด็ดจากงาน Google Marketing Live 2026″บริษัท Google ได้จัดงาน Google Marketing Live (GML) ประจำปี 2026 ขึ้น เพื่อเปิดตัวโซลูชันและเครื่องมือยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์แบบมัลติโมดอล (Multimodal AI) ของ Gemini โดยนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ทั้งบนแพลตฟอร์ม Search และ YouTube ในยุคปัจจุบัน

เทคโนโลยี AI ได้เปลี่ยนผ่านจากสิ่งที่เคยเป็นเพียงคำมั่นสัญญาในอนาคต กลายมาเป็นความจริงในชีวิตประจำวันของภาคธุรกิจ ซึ่งเข้ามาช่วยปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ โดย Google ได้แสดงให้เห็นว่า Gemini กำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนแบรนด์ต่างๆ ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ทั้งในด้านการค้นพบ (Discovery), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การค้า (Commerce) และการวัดผล (Measurement) จากเดิมที่ AI เป็นเพียงเครื่องมือปฏิบัติการ

วันนี้ขีดความสามารถของระบบพาณิชย์แบบเอเจนต์ (Agentic Commerce) ได้เปลี่ยนโฉมวงการค้าปลีกเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ และขับเคลื่อน AI ให้กลายเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตของนักการตลาดอย่างแท้จริง

ในส่วนของการปฏิวัติโฆษณาบนระบบการค้นหา (Search) นั้น Google ได้เปิดตัวรูปแบบโฆษณายุคถัดไปเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้คนที่เข้ามาค้นหาข้อมูลด้วยคำถามที่ลึกและหลากหลายมากขึ้นผ่านระบบ Generative AI โดยในขณะที่ยังคงมีการทดสอบโฆษณาในโหมด AI (AI Mode) ที่สหรัฐอเมริกาอยู่นั้น Google ได้แนะนำโฆษณา 2 รูปแบบใหม่ที่เน้นความสอดคล้องตามบริบทและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้

  • รูปแบบแรกคือ “Conversational Discovery ads” ซึ่งระบบ Gemini จะประเมินบริบทเชิงลึกจากคำถามของผู้ใช้แล้วสร้างสรรค์ชิ้นงานโฆษณาที่ปรับแต่งให้เข้ากับบุคคลนั้นโดยเฉพาะ พร้อมไฮไลต์ฟีเจอร์ที่ตรงความต้องการ
  • รูปแบบที่สองจะปรากฏขึ้นเมื่อ AI Mode ทำการคัดเลือกรายการแนะนำสินค้า โดยผู้โฆษณาที่มีคุณภาพสูงและมีความเกี่ยวข้องกับการค้นหาจะสามารถปรากฏตัวในฐานะคำแนะนำเด่นบนฟีเจอร์ “Highlighted Answers” ได้

ซึ่งโฆษณาในโหมด AI ทั้งหมดจะยังคงระบุป้ายกำกับว่า “ได้รับการสนับสนุน” (Sponsored) อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีโฆษณาอีก 2 รูปแบบบนหน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหา ได้แก่

  • “AI-powered Shopping ads” ที่จะแสดงโฆษณาช้อปปิ้งพร้อมคำอธิบายจาก AI ว่าทำไมสินค้าชิ้นนี้ถึงเหมาะกับผู้ใช้ โดยเป็นการคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า
  • “Business Agent for Leads” ซึ่งเป็นการฝังเอเจนต์ของแบรนด์ที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้โฆษณาลงในโฆษณาโดยตรง เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถแชทพูดคุยและเปลี่ยนการปฏิสัมพันธ์ให้กลายเป็นผู้บริโภคที่มีแนวโน้มซื้อจริง (Leads) ได้

ยิ่งไปกว่านั้น Google ยังได้ขยายโครงการนำร่อง “Direct Offers” ในสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์จับคู่โปรโมชัน (เช่น ส่วนลด ของแจก คูปองท้องถิ่น) โดยใช้ Gemini เลือกข้อเสนอที่ดึงดูดใจที่สุด รวมถึงเตรียมนำเสนอดีลจองโรงแรมจากพันธมิตรชั้นนำอย่าง Booking และ Expedia เข้าไปในระบบวางแผนการเดินทางที่ช่วยด้วย AI เร็วๆ นี้

สำหรับการยกระดับเครื่องมือสร้างสรรค์และแคมเปญโฆษณานั้น Google ได้อัปเกรด “Asset Studio” ซึ่งเป็นศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์พลัง AI ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถสร้างสินทรัพย์โฆษณาที่ตรงตามอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้ง่ายๆ เพียงแค่ใส่คำอธิบายด้วยภาษาพูดในชีวิตประจำวัน และเนื่องจากเครื่องมือนี้ถูกรวมเข้ากับ Google Ads โดยตรง มันจึงรับรู้ถึงผลการดำเนินงานของแคมเปญในอดีตและเป้าหมายทางธุรกิจอยู่แล้ว ทว่าในการอัปเดตครั้งนี้ ระบบสามารถเปิดรับข้อมูลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดบรีฟการตลาด (Marketing Briefs), ภาพอ้างอิง รวมถึงคู่มือแบรนด์ (Brand Guidelines) เพื่อให้ Google AI นำไปสร้างและขัดเกลาเนื้อหา ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอให้ตรงตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการมากที่สุด พร้อมทั้งสามารถทดสอบเพื่อหาชิ้นงานที่ประสิทธิภาพดีที่สุดได้ผ่านระบบ “1-Click A/B Testing” เพียงคลิกเดียว

นอกจากนี้ แคมเปญประเภท “Demand Gen” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังได้ขยายขีดความสามารถทั่วโลก โดยมีการเพิ่มคลังโฆษณาบน Google Maps เพื่อเข้าถึงผู้คนในท้องถิ่นระหว่างช่วงเวลาสำคัญของการค้นหา และเปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกสามารถผสานรวมวิดีโอสินค้าจาก Merchant Center เข้าสู่วิดีโอแคมเปญได้โดยตรง

ในด้านการวัดผล Google ได้นำ “Meridian” ซึ่งเป็นโมเดลส่วนผสมทางการตลาดแบบโอเพ่นซอร์ส (Marketing Mix Model) เข้ามาผสานรวมใน Google Analytics 360 โดยตรง เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลข้ามช่องทางและข้อมูล First-party รวมไว้ในที่เดียว พร้อมทั้งเปิดตัว “Qualified Future Conversions” เพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะยาวหลังจากที่ผู้บริโภคเห็นโฆษณาครั้งแรก

ทางด้านโซลูชันพาณิชย์และระบบเอเจนต์รูปแบบใหม่ Google ได้ทำการขยาย “Universal Commerce Protocol” (UCP) ที่เคยเปิดตัวและพัฒนาร่วมกับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่เมื่อช่วงต้นปี โดยโปรโตคอล UCP นี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญในการขยายระบบเอเจนต์พาณิชย์ไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วทั้งเว็บ ช่วยให้เอเจนต์เชื่อมต่อกับระบบธุรกิจได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น

ปัจจุบัน UCP ได้ขยายตัวไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ และเพิ่มความสามารถใหม่ให้กับผู้ค้าปลีกบน Google จากเดิมที่รองรับการซื้อสินค้าทีละชิ้นโดยไม่ต้องออกจากหน้าแชท (Single-item checkout) ขณะนี้ได้รับการพัฒนาให้ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าหลายชิ้นจากธุรกิจเดียวได้พร้อมกันในครั้งเดียว และในอนาคตอันใกล้จะมีตัวเลือกให้ผู้ซื้อสามารถโอนย้ายสินค้าจาก Google ไปยังเว็บไซต์ของร้านค้าเพื่อชำระเงินให้เสร็จสิ้นได้อีกด้วย

ฟีเจอร์เหล่านี้จะเริ่มเปิดตัวในสหรัฐฯ เป็นภาษาอังกฤษร่วมกับผู้ค้าปลีกที่ได้รับเลือก และจะขยายระบบชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย UCP ไปยังโฆษณา Shopping บน YouTube รวมถึงขยายขีดความสามารถไปยังประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร พร้อมทั้งขยายประเภทบริการไปยังการจองโรงแรมและการจัดส่งอาหารท้องถิ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สุดท้ายนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ค้าถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นในระหว่างที่ผู้คนหันมาใช้ AI Mode และ Gemini ในการช้อปปิ้งมากขึ้น Google จึงเตรียมเปิดตัวเครื่องมือ “AI performance insights” บน Merchant Center ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สำหรับกลุ่มประเทศออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถเปรียบเทียบส่วนแบ่งการรับรู้ (Share of Voice) ของตนเองกับแบรนด์คู่แข่งในทุกเส้นทางการช้อปปิ้งที่เริ่มต้นจาก AI Mode, AI Overviews และแอป Gemini

นอกจากนี้ยังได้ปล่อยฟีเจอร์ “Conversational Attributes” ให้ใช้งานทั่วโลก เพื่อให้ผู้ค้าสามารถอัปเดตรายละเอียดสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาในรูปแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติของผู้คน และเพื่อก้าวไปสู่ยุคแห่ง “ปัญญาทางการตลาด” (Marketing Intelligence) อย่างแท้จริง Google ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ชื่อ “Ask Advisor” ในสถานะเบต้าสำหรับบัญชีภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเอเจนต์ผู้ช่วยที่ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ของ Google เช่น Google Ads, Google Analytics, Google Marketing Platform และ Merchant Center (ในเร็วๆ นี้) เพื่อให้คำแนะนำเชิงรุกแบบเฉพาะบุคคล ช่วยประหยัดเวลา และผลักดันให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด