Home » ยูนิโคล่ ประเทศไทย เดินหน้าแผนยั่งยืน 2569 ชู Force for Good ครบ 15 ปีในไทย

ยูนิโคล่ ประเทศไทย เดินหน้าแผนยั่งยืน 2569 ชู Force for Good ครบ 15 ปีในไทย

โดย Reporter 1
79 views

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนภายใต้แนวคิด “LifeWear = A New Industry” ที่มุ่งสร้าง “อุตสาหกรรมรูปแบบใหม่” ผ่านการผลิตเสื้อผ้าคุณภาพที่สอดคล้องปรัชญา LifeWear ควบคู่การดำเนินธุรกิจที่ช่วยสร้างสังคมยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาซัพพลายเชนอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและสบายใจเมื่อเลือกซื้อสินค้า พร้อมเร่งผลักดันธุรกิจแบบหมุนเวียนมากขึ้น ผ่านการ “ลด–ใช้ซ้ำ–รีไซเคิล” เพื่อยืดอายุการใช้งานของ LifeWear อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระดับบริษัทแม่ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้กำหนดเป้าหมายและแผนปฏิบัติการสู่ปีงบประมาณ 2030 ด้วย 2 แกนหลัก ได้แก่ “ผลิตเสื้อผ้าที่ดีกว่าสำหรับสิ่งแวดล้อม” และ “ส่งเสริมและช่วยเหลือผู้คนและสังคม” โดยรายงานความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรง (ขอบเขต 1 และ 2) ในปีงบประมาณ 2024 ลดลง 83.3% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2019

พร้อมเพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในร้านค้าและสำนักงานเป็น 84.7% มุ่งสู่เป้าหมาย 100% ภายในปีงบประมาณ 2030 ขณะที่การลดการปล่อยในห่วงโซ่คุณค่า (ขอบเขต 3) ลดลง 18.6% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2019 และมีการปรับเป้าหมายให้เข้มขึ้นเป็นลด 30% ภายในปีงบประมาณ 2030

ด้านการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน ยูนิโคล่เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนวัสดุปล่อย GHG ต่ำ เช่น วัสดุรีไซเคิล ให้แตะราว 50% ภายในปีงบประมาณ 2030 โดยในปีงบประมาณ 2025 สัดส่วนวัสดุปล่อยต่ำของกลุ่มฟาสต์ รีเทลลิ่งอยู่ที่ 19.4% และในหมวดโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลมีความคืบหน้าเด่นอยู่ที่ 46.4% อีกทั้งในเดือนกันยายน 2568 ยังประกาศแนวทางจัดซื้อวัตถุดิบฉบับใหม่ ขยายการนิยาม “วัตถุดิบที่ยั่งยืน” ให้ครอบคลุมปัจจัยด้านน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิมนุษยชน และสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น

พร้อมผลักดันการใช้ฝ้ายเชิงฟื้นฟู (Regenerative Cotton) ซึ่งมีข้อมูลชี้ว่าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 20% เมื่อเทียบกับการปลูกฝ้ายทั่วไป โดยเตรียมทยอยนำมาตรฐานใหม่ไปใช้กับโรงงานพันธมิตร เริ่มจากกลุ่มสินค้าหลักก่อน

ขณะที่ด้านการมีส่วนร่วมต่อสังคม ฟาสต์ รีเทลลิ่งเดินหน้าโครงการระดับโลกผ่านปรัชญา LifeWear เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน โดยปีงบประมาณ 2025 สนับสนุนผู้คนรวม 4.85 ล้านคน บริจาคเสื้อผ้า 5.94 ล้านชิ้น และดำเนินโครงการเพื่อสังคมหลายรูปแบบ รวมถึง “The Heart of LifeWear” และ “PEACE FOR ALL” ด้วยงบดำเนินกิจกรรมรวม 1.23 หมื่นล้านเยน

สำหรับ “PEACE FOR ALL” เป็นโครงการเสื้อยืดการกุศลที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ ผ่านเสื้อยืดออกแบบโดยบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วโลก โดยกำไรทั้งหมดนำไปสนับสนุนองค์กรพันธมิตร ได้แก่ UNHCR, Plan International และ Save the Children ปัจจุบันมีผู้ร่วมออกแบบแล้ว 48 คน และโครงการทำกำไรรวมมากกว่า 2.8 พันล้านเยน จากยอดจำหน่ายรวม 9.6 ล้านตัว (ข้อมูลถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2568) ส่วนแคมเปญ “The Heart of LifeWear” ตั้งเป้าบริจาคไอเทมฮีทเทคและแอริซึ่มรวม 1 ล้านชิ้น ให้แก่ผู้ลี้ภัย เด็ก ผู้ประสบภัย บุคลากรด่านหน้า และกลุ่มเปราะบางในหลายประเทศ

ต่อยอดสู่ประเทศไทย: ครบ 15 ปี ย้ำ “Force for Good” ผ่าน People–Planet–Community
ในประเทศไทย ยูนิโคล่ประกาศเป้าหมายและแผนความยั่งยืนปี 2569 ภายใต้ปรัชญา “Unlocking the Power of Clothing” ที่ต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าคุณภาพสูงให้เป็น “พลังแห่งความดี (Force for Good)” โดยให้ความสำคัญกับ “ผู้คน–โลก–ชุมชน” พร้อมฉลองการดำเนินธุรกิจในไทยเข้าสู่ปีที่ 15

มร. โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ยูนิโคล่ไม่ได้มุ่งเพียงขยายสาขา แต่ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนควบคู่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และสร้างสังคมที่น่าอยู่ ผ่านความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำในไทย: จากการส่งต่อเสื้อผ้า สู่ระบบหมุนเวียนและการดูแลชุมชน
หนึ่งในโครงการหลักคือ RE.UNIQLO ซึ่งขับเคลื่อนแนวคิดการใช้เสื้อผ้าอย่างยั่งยืนผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ Reduce (ลดการทิ้งด้วยการซ่อมแซม/ปรับโฉม), Reuse (ส่งต่อ/บริจาค) และ Recycle (นำไปแปรรูปเป็นวัสดุอื่น) โดยยูนิโคล่ประเทศไทยเริ่มตั้งกล่องรับบริจาคเสื้อผ้าทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2558 และส่งมอบเสื้อผ้าบริจาคมากกว่า 430,000 ชิ้นให้แก่ผู้ที่ต้องการ พร้อมขยายความร่วมมือกับสถานศึกษาและพันธมิตร เพื่อเพิ่มการรับบริจาคนอกเหนือจากหน้าร้าน

ขณะเดียวกัน RE.UNIQLO STUDIO ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เดินหน้าเข้าสู่ปีที่สาม เป็นพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมและดัดแปลงเสื้อผ้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยปี 2568 มีผู้มาใช้บริการราว 2,400 รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 110% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีการจัดกิจกรรมซ่อมฟรีในช่วง Earth Day และ International Repair Day สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานซ้ำมากขึ้น

ในมิติการช่วยเหลือสังคม ยูนิโคล่ยังสานต่อ “The Heart of LifeWear” ในไทย ผ่านการบริจาคเสื้อฮีทเทครวม 15,000 ชิ้นให้แก่มูลนิธิบ้านร่มไทรและมูลนิธิกระจกเงา โดยส่วนหนึ่งถูกนำไปช่วยเหลือชุมชนพื้นที่ห่างไกลในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และในเดือนมกราคม 2569 ยังร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กให้เด็กกว่า 105 คนจากมูลนิธิและพื้นที่ใกล้เคียง

ด้านการบริจาคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ยูนิโคล่ระบุว่าตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงมกราคม 2569 ได้ส่งมอบเสื้อผ้าราว 95,000 ชิ้นทั่วประเทศ ผ่านโครงการ Warmth for All และการสนับสนุนฉุกเฉินในหลายพื้นที่ เช่น ช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว น้ำท่วม และเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมถึงการช่วยเหลือชุมชนหาดใหญ่และพนักงานสาขาในพื้นที่

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เปิดตัว “UNIQLO Clothing Corner” จุดแบ่งปันเสื้อผ้าคุณภาพดีให้กลุ่มเปราะบาง ณ BKK Food Bank สำนักงานเขตสวนหลวง เพื่อให้ผู้รับความช่วยเหลือเลือกเสื้อผ้าได้ด้วยตนเอง พร้อมต่อยอดสู่แผนปี 2569 ที่เตรียมขยายโครงการให้ครอบคลุมครบทั้ง 50 สำนักงานเขตทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่กลางปี 2569 และตั้งเป้าขยายผลให้ครบภายในปี 2573 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยูนิโคล่ยังผลักดันโครงการเชิงนวัตกรรมและการศึกษา เช่น “Happy Gloves” ร่วมกับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำผ้าที่ได้จาก RE.UNIQLO ไปรีไซเคิลเป็นวัสดุผลิตถุงมือเพื่อผู้ป่วยเด็กพิการทางสมอง พร้อมส่งมอบถุงมือ 1,000 คู่ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงการ “PM2.5 Warrior Award” ร่วมกับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน 17 โรงเรียนในเชียงรายและกรุงเทพฯ และเตรียมจัดต่อเนื่องอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2569

เป้าหมายปี 2569 ในไทย: ลดผลกระทบต่อโลก–สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่
สำหรับปี 2569 ยูนิโคล่ประเทศไทยวางเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน คือ (1) สร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ดีและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และ (2) สนับสนุนสังคมไทยผ่าน RE.UNIQLO ควบคู่การส่งเสริมการศึกษาและโอกาสประกอบอาชีพ โดยมีแผนขยายการจัดการขยะสู่เป้าหมาย Zero Landfill ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น SCGP ในการรีไซเคิลกระดาษลัง และ Recycle Day ในการติดตามการรีไซเคิลพลาสติกอย่างเป็นระบบ พร้อมขยายการคัดแยกขยะให้ครอบคลุมทุกสาขาและคลังสินค้าภายในปี 2569

ในมิติการพัฒนาเยาวชน ยูนิโคล่ยังร่วมกับ Save the Children ต่อเนื่องจากการสนับสนุนของฟาสต์ รีเทลลิ่ง (เงิน 60 ล้านเยนจากการจำหน่ายเสื้อยืด PEACE FOR ALL) เพื่อเสริมทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้เยาวชนเปราะบางในพื้นที่คลองเตย โดยปี 2569 มีแผนจัดอบรมและกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนกว่า 100 คน พร้อมเปิดโอกาสฝึกงานขั้นพื้นฐานภายในร้านสาขา เพื่อพัฒนาทักษะสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต

เมื่อเสื้อผ้าไม่ใช่แค่ “ไลฟ์แวร์” แต่เป็นพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง
จากกรอบยุทธศาสตร์ระดับโลกสู่การลงมือทำในประเทศไทย ยูนิโคล่กำลังขับเคลื่อน “LifeWear = A New Industry” ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการลดคาร์บอน เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ยกระดับวัตถุดิบที่ยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนผ่านโครงการช่วยเหลือและการศึกษา ขณะที่ในไทย การต่อยอด RE.UNIQLO, การขยาย Clothing Corner ไปสู่ 50 เขต และการเดินหน้าสู่ Zero Landfill สะท้อนทิศทาง “Force for Good” ที่มุ่งให้เสื้อผ้าคุณภาพสูงกลายเป็นพลังแห่งความดี และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในปีที่ 15 และต่อไปในอนาคต

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด