Home » ความท้าทายด้าน AI ของไทยในปี 2569

ความท้าทายด้าน AI ของไทยในปี 2569

1.5K views

บทความโดย รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Thought Leader in Emerging Technologies)

Key Takeaway:

  • จาก Adoption สู่ Governance: AI จะตัดสินใจแทนคน—องค์กรไทยต้องเร่งสร้างธรรมาภิบาลข้อมูล ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล และจริยธรรม
  • รื้อการศึกษาด่วน: บัณฑิตตกงานรออยู่ หากยังสอนแบบเก่า—เร่งผลิตคนให้คิดวิเคราะห์ ทำงานคู่ AI มิเช่นนั้นประเทศไทยน่าเป็นห่วง
  • เศรษฐกิจมนุษย์+AI: SMEs เปราะบางสุด ใช้ AI เก่งไม่พอ แต่ต้องสร้าง “ประสบการณ์เข้าถึงใจ” เพื่ออยู่รอด—ปลดล็อกมนุษย์สู่การสร้างสรรค์แท้จริง

AI ปี 2569 กำลังเปลี่ยนเกมใหญ่—ไทยเผชิญ 3 ความท้าทายรุนแรงที่ต้องรับมือด่วน หากไม่อยากหลุดจากห่วงโซ่มูลค่าสูง

ในปีที่ผ่านมาผมเน้นสิ่งที่เราต้องตระหนักจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI อยู่ 3 เรื่อง คือ  1. ผลักให้ไทยไม่ติดกับดัก “แค่ผู้ใช้” แต่พัฒนาคนให้เป็นผู้สร้าง AI ทั้งในด้านของเครื่องมือ AI และ AI Agent ของตัวเองในทุกสายอาชีพ 2. เตือนให้ระวังความเสี่ยงของฟองสบู่การลงทุนใน AI ที่อาจลุกลามมาสู่เศรษฐกิจจริง และ 3. ชวนมองภูมิรัฐศาสตร์ของ AI ว่าไทยเล่นเกมฉลาดในเรื่องที่ถนัดอย่างประเทศเล็ก มากกว่าคิดจะเป็นผู้นำทางด้าน AI ของโลกหรือภูมิภาค

​เมื่อมองจากปี 2568 มาสู่ปี  2569 ภาพที่เห็นชัดอย่างหนึ่งคือ เทคโนโลยี AI จะยิ่งเก่งขึ้นทั้งโมเดลรุ่นใหม่ เอเจนต์ที่ฉลาดขึ้น หุ่นยนต์ที่ทำงานได้หลากหลายขึ้น แต่คำถามสำคัญสำหรับไทยไม่ใช่ “AI จะเก่งขึ้นแค่ไหน” หากเป็น “เราจะปรับตัวและเป็นผู้สร้าง AI ได้อย่างไร” ถ้าเรายังใช้เวลาไปกับการเป็นผู้ทดลองเครื่องมือใหม่ๆ โดยไม่ยกระดับไปสู่การสร้างแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน และพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เก่งด้าน AI เราแทบไม่มีโอกาสขึ้นไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้นเลย

ปี 2568 คือปีแห่งการตระหนักรู้ถึงภัยคุกคาม ปี 2569 ควรจะเป็นปีแห่งการ “ลงมือทำ” และ “ปรับตัว” อย่างมียุทธศาสตร์ ผมมองเห็นแนวโน้มและความท้าทายสำคัญ 3 ประการที่เราต้องเตรียมรับมือ ดังนี้

1. จาก AI Adoption สู่ AI Governance: ในปีหน้า เราควรจะเลิกตื่นเต้นกับการเปิดตัวโมเดล AI หรือเครื่องมือ AI ใหม่ๆ แต่ควรหันมาให้ความสำคัญกับ “การกำกับดูแล” และ “จริยธรรม” อย่างจริงจัง เมื่อ AI เริ่มตัดสินใจแทนเราในเรื่องสำคัญๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การอนุมัติสินเชื่อ การวินิจฉัยโรค หรือแม้แต่การตัดสินคดีความ คำถามเรื่องความโปร่งใส และความรับผิดชอบ จะกลายเป็นประเด็นหลัก องค์กรไทยจะต้องเร่งสร้างธรรมาภิบาลข้อมูลด้าน AI เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็น “กล่องดำ” (Blackbox) ที่เราควบคุมไม่ได้

2. การปฏิรูปการศึกษาแบบรื้อถอน: สืบเนื่องจากปัญหาบัณฑิตตกงาน ระบบการศึกษาไทยจะถูกกดดันให้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง หลักสูตรที่ผลิตคนออกมาเป็น “หุ่นยนต์ทำตามคำสั่ง” จะหมดความหมาย ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัวสอนทักษะแห่งอนาคต ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI หากเรายังสอนเด็กแบบเดิม เรากำลังส่งพวกเขาสู่สนามรบโดยไม่มีอาวุธ โดยที่หลายๆ อาชีพกำลังมีการปรับทักษะอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและอันตรายต่ออนาคตของชาติ

3. เศรษฐกิจดิจิทัลที่ต้องใส่ใจมนุษย์ (Human-Centric Digital Economy): ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs จะเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องเร่งปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลและ AI (Digital/AI Transformation) อย่างเข้มข้นขึ้น แต่นอกจากการนำเครื่องมือ AI มาใช้แล้ว หัวใจสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่มที่มาจากความเป็นมนุษย์ ธุรกิจที่จะอยู่รอดไม่ใช่ธุรกิจที่ใช้ AI ได้เก่งที่สุด แต่คือธุรกิจที่ใช้ AI เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ “เข้าถึงใจ” ลูกค้าได้ดีที่สุด

สุดท้ายนี้อนาคตของการทำงานไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นเรื่องของรูปแบบการทำงานแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เอเจนต์และหุ่นยนต์จะเข้ามาปลดล็อกมนุษย์ออกจากงานซ้ำซาก ทำให้เรามีเวลาในการใช้ศักยภาพทางความคิด การสร้างสรรค์ และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มที่

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด