Home » เปรู รู้ก่อนเที่ยว (ตอนที่ 3)

เปรู รู้ก่อนเที่ยว (ตอนที่ 3)

โดย 2 Cents
703 views

ผู้เขียน: 2 Cents

สองตอนแรกของ “เปรู รู้ก่อนเที่ยว” เป็นเกร็ดความรู้ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเปรู ส่วนในตอนที่ 3 นี้ เราจะคุยเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องนึง คือเรื่อง Altitude sickness (Elevation sickness) หรือการแพ้ความสูง ซึ่งไม่เฉพาะการเที่ยวที่เปรู คุณก็สามารถนำไปใช้กับการเตรียมตัวได้ถ้าคุณกำลังจะไปเที่ยวภูเขาหรือที่ๆ สูงกว่า 8,000 ฟุต ขึ้นไป เราขอให้ข้อมูลไว้เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เตรียมตัวได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดการแพ้ความสูงที่รุนแรงและเที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัยนะคะ

เพราะ Cusco และที่เที่ยวหลายที่แถวนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ที่เที่ยวแถบริมทะเลเปรูจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะความสูงประมาณระดับน้ำทะเล แต่พอมาทางฝั่งภูเขาหลายคนอาจจะมีปัญหา เพราะแถวนั้นสูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก มาดูกันค่ะ

• Cusco สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 11,300 ฟุต หรือ 3,400 เมตร (ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงสถานีรถไฟที่เป็นจุดชมวิวบนเขาจุงเฟราของสวิตเซอร์แลนด์สูงประมาณ 3,454 เมตร สูงกว่ากันไม่เท่าไหร่)

• Ollantaytambo สูงจากระดับน้ำทะเล 9,160 ฟุต หรือ 2,792 เมตร

• Machu Picchu สูงจากระดับน้ำทะเล 7,874 ฟุต หรือ 2,400 เมตร ไม่ถือเป็น high altitude

• Chinchero สูงจากระดับน้ำทะเล 12,316 ฟุต หรือ 3,754 เมตร

• Vinicunca (Rainbow Mountain เป็นเขาที่มีสีสันหลายสี สวยงามมาก) สูงจากระดับน้ำทะเล 1,6700 ฟุต หรือ 5,035 เมตร สูงกว่ายอดเขาจุงเฟรา (ที่ไม่ใช่ตรงจุดชมวิว) ร่วมพันเมตร

• Palccoyo Mountain (เป็นเขาที่มีหลายสีอีกแห่งหนึ่งที่เขาเพิ่งโปรโมทให้คนไปเที่ยว เพราะเดิน trail สั้นกว่า อยู่ระดับต่ำกว่า Vinicunca) สูงจากระดับน้ำทะเล 16,076 ฟุต หรือ 4,900 เมตร

=====

Altitude sickness อันตรายถึงชีวิต

Altitude sickness เรื่องไม่เล่นที่ใครจะไปเที่ยวที่ๆ อยู่สูงกว่าน้ำทะเลมากๆ ควรเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อการเที่ยวที่สนุกและปลอดภัย เพราะความสูงมันมีผลกับร่างกายเรา ที่เขาเรียกว่า Altitude sickness และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหา

Altitude sickness คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะที่มีออกซิเจนต่ำได้ เกิดจากการที่ร่างกายเราได้ออกซิเจนน้อยลง เพราะที่สูง ความดันอากาศจะต่ำ อากาศจะเจือจางกว่า ความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศก็จะน้อย ทุกครั้งที่เราหายใจ เราจะได้ออกซิเจนน้อยลง

เขาบอกว่า ความสูงที่ 8,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจะเจือจางกว่าที่ 0 ฟุต ประมาณ 25% ส่วนความสูงที่ 10,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจะเจือจางกว่าที่ 0 ฟุต ประมาณ 30% และยิ่งสูงขึ้นอากาศก็ยิ่งเจือจาง

โดยทั่วไป เขาจะถือว่าความสูงที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 8,000 ฟุตขึ้นไปเป็น high altitude (บนเครื่องบินเขาจะปรับความดันที่ประมาณความสูงนี้) และคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆ สูงประมาณระดับน้ำทะเลเมื่อขึ้นไป high altitude อาจเป็น Altitude sickness ได้

อาการของ Altitude sickness นี่ก็มีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เหนื่อย แต่บางคนอาจจะมีอาการรุนแรงคือ สมองบวม (High-altitude cerebral edema :HACE) ซึ่งจะมีอาการเดินเซ สับสน หมดสติ หัวใจเต้นเร็ว หรืออาการปอดบวม (High-altitude pulmonary edema :HAPE) หายใจลำบาก หายใจไม่ออก  ไอ มักมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งคนที่มีอาการรุนแรงอาจช็อก หรือเสียชีวิตได้

Altitude sickness นี้ ไม่มีใครบอกได้ ว่าใครจะเป็น หรือจะเป็นรุนแรงแค่ไหน สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง การรักษาที่ดีที่สุดคือ ย้ายลงไปที่ๆ ต่ำกว่า

แต่คนที่มีความเสี่ยงสูงคือ คนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจหรือปอด ก่อนจะเดินทางไปที่สูงมากๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และเขาบอกว่า คนที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น sickle cell anemia หรือ severe pulmonary hypertension (ความดันเลือดในปอดสูง) ไม่ควรเดินทางไป high altitude เลย

=====

เตรียมตัวรับกับ Altitude sickness

แต่ก่อนที่จะไปที่สูง เราสามารถเตรียมตัวเรา เพื่อลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ การเตรียมตัวก็มีหลายอย่าง ตั้งแต่ฝึกการหายใจ เพื่อให้ปอดเราขยาย (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกูเกิ้ลได้นะคะ)

การกินยา ยาที่เขาใช้ช่วยลดอาการ Altitude sickness คือ Diamox จริงๆ มันเป็นยาขับปัสสาวะ แต่มันช่วยลดAltitude sickness โดยมีผลวิจัยรับรองว่าได้ผล

เขาให้กินยาวันละสองเม็ด เริ่มกินสองวันก่อนจะไปที่ high altitude และก็กินทุกวันขณะที่อยู่บน high altitude ตรงนี้สำคัญมากนะคะ ต้องเริ่มกินยานี้ก่อนที่จะไปถึงที่สูง และก่อนที่จะมีอาการแพ้ความสูง ถ้ารอจนเริ่มมีอาการแพ้ความสูงแล้วถึงกินยา ยาจะไม่ช่วยอะไรมากแล้ว

ที่ Cusco เขาจะมียาสูตรของเขา คือการดื่มชา Coca หรือเคี้ยวใบ Coca ซึ่งคือใบที่นำมาทำสารเสพติดโคเคน แต่ใบ Coca จะมีสารนี้ในปริมาณน้อยมาก คนที่อยู่บริเวณนี้เขาเชื่อว่าใบ Coca สามารถช่วยลดอาการ Altitude sickness ได้ และใช้กันมาเป็นเวลานานแล้ว และอ่านรีวิวหลายคนที่ไปก็บอกว่าช่วยได้ เราเองช่วงที่อยู่ Cusco ไม่ได้ดื่มชา Coca นี่บ่อยนัก มีแค่ตอนเช้ากับอาหารเช้าที่โรงแรมมีให้ อันนี้คุณไม่ต้องไปหาซื้อ ทุกโรงแรมเขา จะมีถุงชากับถ้วยใส่ใบ Coca แห้งไว้ให้หยิบเลย ใบจะเล็กๆ ใหญ่กว่าหัวแม่มือหน่อย ทรงและขนาดคล้ายๆ ใบต้นแก้ว ที่อ่านรีวิวหลายคนบอกว่าก่อนออกจากโรงแรมจะหยิบใบ Coca ติดไปเคี้ยวระหว่างวัน

อีกคำแนะนำนึงคือค่อยๆ ขึ้น และให้ร่างกายเราปรับตัวกับการได้รับออกซิเจนน้อยลง พอเราได้รับออกซิเจนน้อยร่างกายเราก็จะปรับตัว เช่น ผลิตเม็ดเลือดแดงมากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ปอดขยายใหญ่ขึ้น เส้นเลือดฝอยมากขึ้น แทนที่จะขึ้นจาก 0 ไป 12,000 ฟุต ในวันเดียว ก็ขึ้นไปที่ 8,000 ฟุต สัก 2-3 วัน และวันแรกๆ ที่ไปถึงบริเวณที่สูง ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ แล้วขึ้นต่อไป 10,000 ฟุต แล้วไป 12,000 ฟุตอะไรแบบนั้น 

และถ้าขึ้นไปที่สูงมากๆ ต่างไปหลายพันฟุต ให้กลับไปนอนที่ๆ ต่ำกว่า แต่คนไปเที่ยว ก็มักจะไม่มีเวลาให้ปรับตัวมากขนาดนั้นอ่ะนะคะ

=====

เราจริงจังกับเรื่องนี้มาก เพราะไม่อยากเสี่ยง

เพื่อนเราเป็น sleep apnea หรือที่เรียกว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ต้องใช้เครื่อง CPAP ช่วยเวลานอน ซึ่ง sleep apnea โดยตัวมันเองก็เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายได้ออกซิเจนน้อยลง เราเลยเอาเครื่อง CPAP ไปด้วย ใช้แค่ช่วงที่อยู่ Cusco เท่านั้น เพราะหาน้ำกลั่นไม่ได้ มีขวดเดียวที่เอาไปจาก Miami

ส่วนตัวเรา ระยะเวลาปรับตัวให้เข้ากับความสูงคือ 2 วันหน่อยๆ เราไปพักที่ Ollantaytambo (สูง 9,160 ฟุต) 2 คืน แล้วย้ายมานอน Cusco (11,300 ฟุต) 3 คืน เราเริ่มกินยาวันที่ไปถึง Ollantaytambo

วันแรกที่เราถึง Cusco เวลาประมาณสี่โมงเย็น ก็แค่เช็กอินไปกินข้าวแล้วพักผ่อน

วันที่สองเรานั่งรถบัสเที่ยวดูเมืองกับเดินเที่ยวแค่แถว main square ใกล้ๆ โรงแรม เราไม่มีอาการอะไรอย่างอื่น แต่จะเหนื่อยง่าย ถนนแถว main square จะเป็นเนินแต่ไม่ชันมาก เดินแค่ไม่ถึงร้อยเมตรเราก็เหนื่อย

วันที่สามเราไป Vinicunca (Rainbow Mountain สูง 1,6700 ฟุต) อันนี้เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดหอบ 

วันที่สี่เราเดินเล่นใน Cusco ก่อนบินกลับไป Lima รู้สึกปกติมาก เดินขึ้นลงเนินมากกว่าวันที่สองแต่ไม่เหนื่อยอะไรเลย ยังคิดว่าถ้าเรามีเวลาอีกวัน แล้วไป Vinicunca วันนี้คงสนุกกว่า

=====

ถึงตรงนี้เราว่าทุกคนพร้อมที่จะเที่ยวเปรูแล้ว ตอนต่อไปเราจะพาไปเที่ยวที่ต่างๆ ในเปรูที่เราไปมา คือ Machu Picchu และโบราณสถานอื่นแถว Cusco ไป Huacachina นั่งรถ buggy และเล่น sandboarding ไปดูวิวพระอาทิตย์ตกและวิวตอนกลางวันที่ Paracas National Reserve นั่งเรือไปดูสัตว์ที่เกาะ Ballestas (ที่ได้ชื่อว่า Peruvian Galapagos) นั่งเครื่องบินดู Nazca Lines และ ขับ ATV ไป Rainbow Mountain

เที่ยวเปรูได้ใช้ยานพาหนะทุกรูปแบบเลย โปรดติดตามกันนะคะ

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด