Home » เมื่อภาพอาจบิดเบือนความจริง: AI กับบทบาทสองด้านในสนามรบและสนามเลือกตั้งของอินเดีย

เมื่อภาพอาจบิดเบือนความจริง: AI กับบทบาทสองด้านในสนามรบและสนามเลือกตั้งของอินเดีย

182 views

หลังจากเกิดเหตุโจมตีที่ Pahalgam เมื่อวันที่ 22 เมษายน สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอินเดียและปากีสถานทวีความรุนแรง โดยไม่ใช่แค่ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงสงครามข้อมูลบนโลกออนไลน์ ผ่านสื่อปลอมจาก AI

AI กับสงครามข้อมูลออนไลน์

ข้อมูลเทียมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มุกตลกหรือข่าวลวง แต่เป็นเครื่องมือในการชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชน หรือแม้แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง

ด้วยการใช้ AI ผลิตสื่อปลอมในเวลาอันรวดเร็ว ชาวอินเดียไม่ว่าจะในช่วงสงครามหรือการเลือกตั้ง ก็ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจมากขึ้นเรื่อยๆ

  • ภาพหนังสือพิมพ์ปลอมที่ยกย่องกองทัพอากาศปากีสถาน
  • วิดีโอ Deepfake ของรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย S. Jaishankar กล่าวขอโทษอย่างไม่เป็นจริง

ลองนึกภาพว่า ผู้มีชื่อเสียงทางการเมืองรายหนึ่ง ปรากฏในวิดีโอบน WhatsApp กำลังพูดจายั่วยุในเรื่องศาสนา วิดีโอนั้นถูกแชร์อย่างรวดเร็วทั่วโซเชียลมีเดีย และจุดชนวนความโกรธในวงกว้าง ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่เคยมีการพูดคำนั้นเลย นี่คือยุคของ Deepfake ที่ “การเห็น” ไม่ได้แปลว่า “ความจริง”

AI กับอิทธิพลการเมือง: ความท้าทายที่แท้จริง

Devesh Singh นักกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองกล่าวว่า Deepfake เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยมีตัวอย่างในปี 2024 เช่น:

  • วิดีโอปลอมของนักแสดงบอลลีวู้ด Aamir Khan และ Ranveer Singh ที่สนับสนุนพรรคคองเกรส
  • วิดีโอปลอมของ Rahul Gandhi ลาออกจากตำแหน่ง ถูกนำไปสร้างกระแสเท็จในแถบที่พูดภาษาฮินดี
  • Deepfake ของ Karunanidhi แห่งพรรค DMK ที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับสื่อปรุงแต่ง

ปัญหาและอุปสรรคเพิ่มเติม:

  • ประชาชนในชนบทที่มีประสบการณ์ใช้ดิจิทัลน้อย โดยมีอัตราการรู้หนังสือเพียง 76.32%
  • คณะกรรมการการเลือกตั้งออกแนวทางในเดือนพฤษภาคม 2024 ให้ลบเนื้อหา Deepfake ภายใน 3 ชั่วโมง แต่ไม่มีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ไม่มีการออกกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับ AI ในอินเดีย แม้ Deepfake จะผลิตได้ภายในเวลาเพียง 2-3 นาที

Keshav Mishra ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารดิจิทัลเสริมว่า วิดีโอปรับแต่งมักใช้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองโดยตรง

อำนาจของ Deepfake: แพร่เร็วเกินควบคุม

Singh ระบุว่าเนื้อหา AI ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแพร่กระจายเร็วมาก โดยข่าวปลอมสามารถแพร่เร็วกว่าเนื้อหาแก้ไขข้อเท็จจริงถึง 5 เท่า Deepfake หนึ่งชิ้นสามารถเข้าถึงผู้คนได้หลาย หมื่นคนภายในวันเดียว

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มดิจิทัล

ใช้ AI เป็นเครื่องมือทางการทูต: อินเดียบนเวทีโลก

ท่ามกลางการใช้ AI ในการเมืองภายในประเทศ อินเดียยังเริ่มใช้งาน AI ในการทูตเชิงสร้างสรรค์

ตัวอย่างที่น่าสนใจ:

  • ความนิยมของ Ghibli Art ทำให้สถานทูตอิสราเอลในอินเดียแชร์ภาพ AI ของมิตรภาพระหว่างนายกฯ Modi และ Netanyahu ในสไตล์อนิเมะ
  • สถานทูตอินเดียในอิสราเอลก็ตอบกลับด้วยภาพในลักษณะเดียวกัน แสดงความสัมพันธ์เชิงบวก

AI ไม่ได้ถูกใช้แค่ในด้านศิลปะ:

  • อินเดียส่งเสริม “Cyber Diplomacy” และเริ่มโชว์จุดแข็งในเวทีโลกผ่านโมเดลร่วมมือด้านเทคโนโลยี
  • ในงาน AI Action Summit ที่ปารีส (ก.พ. 2025) นายกรัฐมนตรีโมดีชี้ว่า AI กำลังเปลี่ยนโฉมการปกครอง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม
  • อินเดียกำลังพัฒนา AI Model ขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อสะท้อนความหลากหลายของประเทศ และมีระบบความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้าน AI อย่างจริงจัง

อินเดียกับการเป็นผู้นำด้าน AI ที่มีจริยธรรม

Devesh Singh วิเคราะห์ว่าขณะนี้อินเดียกำลังพยายามใช้ AI เป็นพลังทางอำนาจอ่อน (Soft Power) ผ่านวิธีต่างๆ เช่น:

  • แนวทางของคณะกรรมการการเลือกตั้งในปี 2024 ที่กำหนดให้เนื้อหา AI ต้องถูกระบุว่า “เป็นสื่อปรุงแต่ง” ได้รับความสนใจจากต่างชาติ
  • ความร่วมมือในการประชุม G20 และการเจรจาระดับทวิภาคีของนายกฯ โมดี ได้สะท้อนภาพลักษณ์อินเดียในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบด้านเทคโนโลยี
  • โครงการ AI Bhashini ช่วยแปลเนื้อหาหลายภาษาเพื่อเชื่อมโยงกับชาวอินเดียที่อยู่ต่างประเทศ เช่นในสหรัฐฯ และอ่าวเปอร์เซีย
  • การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Krutrim และ Polymath Solutions รวมถึงแผนการสร้างโมเดล AI ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับอินเดีย กำลังส่งเสริมให้อินเดียเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของโลกใต้อย่างแท้จริง

บทสรุป

แม้จะยังไม่มีกรอบกฎหมายที่ครอบคลุม AI อย่างชัดเจน แต่อินเดียก็กำลังก้าวหน้าด้านการใช้งาน AI ในระดับชาติและนานาชาติ

คำถามที่ตามมา คือ AI จะเปลี่ยนนักการเมือง หรืออาจแทนที่นักการเมืองได้หรือไม่? คงต้องรอ “โค้ด” ของกาลเวลาเป็นผู้ไขคำตอบ แต่ที่แน่ๆ มันกำลังเปลี่ยนวิธีการชนะการเลือกตั้งและการปกครองไปแล้ว

อินเดียจึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเป็นผู้นำด้าน AI ที่มีพื้นฐานจากจริยธรรม ความโปร่งใส และการใช้อย่างเท่าเทียม

เพราะในยุคของ AI “แค่เห็น…ไม่ได้แปลว่าจริง”

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด