Home » AI กรณีศึกษาด้านการวินิจฉัยโรค

AI กรณีศึกษาด้านการวินิจฉัยโรค

โดย 2 Cents
1K views

ทุกคนคงรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ ChatGPT ที่ย่อมาจากชื่อเต็มว่า Chat Generative Pre-trained Transformer ซึ่งเป็น AI แชทบอท ที่ใช้การประมวลผลจากภาษาเพื่อสร้างบทสนทนาที่เหมือนมนุษย์ เพียงแค่เราตั้งโจทย์ หรือคำถาม ChatGPT นี้จะตอบคำถามได้ในเวลารวดเร็ว ถ้าเราเขียนอะไรสั้นๆ ใน ChatGPT มันสามารถขยายความรวมทั้งมีแหล่งอ้างอิงให้ด้วย เราจึงได้เห็นกรณีที่นักเรียนให้ ChatGPT ทำการบ้านให้อยู่บ่อยๆ หรือจะแค่คุยเรื่อยเปื่อย ChatGPT ก็สามารถคุยโต้ตอบกับเราได้เหมือนคนเลยทีเดียว

ส่วนตัวเราไม่เคยใช้ AI เหล่านี้ถึงจะเห็นข่าวอยู่เสมอ จนวันก่อนเพื่อนพูดถึงว่ามันช่วยเรื่องการเขียนได้ดีพอสมควร ทำให้นึกถึงข่าวนี้ที่อ่านเจอสักพักแล้ว ว่าจะเขียนเรื่องนี้เอาไว้แต่ก็ยังไม่มีจังหวะสักที

ข่าวเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า Alex ที่ช่วงโควิดระบาดเขาเริ่มป่วย ตอนนั้นเขาอายุ 4 ขวบ โดยมีอาการเจ็บปวดพี่เลี้ยงต้องให้ยาแก้ปวดทุกวัน หลังจากนั้นเขาก็กัดทุกอย่าง ภายหลังความสูงของ Alex ก็ไม่เพิ่มขึ้น และมีอาการไม่สมดุลระหว่างซีกซ้ายและซีกขวา

แม่ของเขาพาไปหาหมอตั้งแต่เริ่มป่วย ทั้งหมอเด็ก หมอฟัน หมอกายภาพ หมอประสาท หมอกระดูก และหมออื่นๆ รวมถึงไป ER ด้วย

ช่วงเวลา 3 ปีกว่า เขาพบหมอไป 17 คน แต่ Alex ก็ยังไม่หาย ไม่มีหมอคนไหนสรุปได้แน่นอนว่า Alex เป็นอะไรกันแน่

วันหนึ่งแม่เขาตัดสินใจลองใช้ ChatGPT โดยใส่อาการทั้งหมดที่ Alex มี รวมทั้งข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในรายงานผล MRI ของ Alex ใน ChatGPT จากนั้น ChatGPT ก็สรุปว่า Alex เป็น Tethered Cord Syndrome หรือในภาษาไทยคือ กลุ่มอาการไขสันหลังถูกดึงรั้ง ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่พบไม่บ่อยนัก

กลุ่มอาการไขสันหลังถูกดึงรั้ง เป็นความผิดปกติของไขสันหลัง แทนที่ไขสันหลังจะลอยเป็นอิสระ อยู่ในช่องไขสันหลังสามารถขยับขึ้นลงได้เวลาที่เราสูงขึ้นหรืองอตัว คนที่เป็น Tethered cord syndrome ไขสันหลังนั้นถูกดึงรั้งไว้ทำให้ใม่สามารถขยับได้ และเกิดอาการเจ็บปวด

หลังจากได้คำตอบจาก ChatGPT แม่ของ Alex ก็หากลุ่มที่เกี่ยวกับโรคนี้บนเฟสบุ๊ค พอเข้าไปอ่านเธอก็พบว่าเด็กที่เป็นโรคนี้มีอาการเหมือน Alex เกือบเป๊ะเลย เธอเลยพา Alex ไปพบหมอศัลยกรรมประสาท (Neurosurgeon) ซึ่ง Alex ยังไม่เคยหามาก่อน และบอกหมอว่าเธอคิดว่า Akex เป็น Tethered cord syndrome

พอหมอดูรูป MRI ของ Alex ก็บอกได้ทันทีว่าตรงไหนที่เป็นจุดที่ไขสันหลังเขาถูกดึงรั้งไว้ หลังจากนั้นหมอก็ทำการผ่าตัดแก้ไขจุดที่ไขสันหลังถูกดึงรั้งนั้นให้ Alex

ข่าวเต็มอยู่ในลิงก์นี้นะคะ เผื่อใครสนใจ www.today.com/today/amp/rcna101843

=====

จากข่าวนี้ปัญหาคือ เขาหาหมอไม่ถูก ถ้าเขาหาหมอศัลยกรรมประสาทแต่แรก หมอก็คงบอกได้ว่า Alex มีอาการของ Tethered cord syndrome และรักษาถูกต้องได้แต่แรก ซึ่งคนที่ไม่ได้เป็นหมอก็คงจะไม่รู้ แม้แต่หมอด้านอื่นที่ Alex ไปหายังไม่แนะนำให้เขาไปหาหมอศัลยกรรมกระดูกเลย เพราะเรื่องนี้เฉพาะทางมากๆ

AI มาช่วยตรงนี้ได้ เพราะ AI มีข้อมูลทุกอย่างจากทุกที่ทั่วโลก (ที่คนพัฒนาฝึกไว้) ดังนั้นการถาม AI ก็คล้ายๆ กับการที่เราหาหมอเฉพาะทางทุกทางในเวลาเดียวกัน

แต่ไม่มีอะไรที่ดีไปหมด ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย AI ก็เช่นกัน AI ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรถูกไปเสียหมด มีคนทดลองและพบว่าบางทีการคำนวณอะไรง่ายๆ AI ก็คำนวณพลาดได้

และข้อเสียอีกอย่างของ AI ที่ช่วงหลังนี้เราเห็นในข่าวบ่อยๆ คือ AI สร้างแหล่งอ้างอิงปลอม เราเห็นข่าวมีทั้งรายงานของนักเรียนที่อ้างอิงบทความที่ไม่มีจริง ไปจนถึงทนายที่อ้างอิงเคสปลอม (ทั้งหมด 6 เคส)

ที่สำคัญ ทนายคนที่เขียน brief ที่อ้างอิงเคสปลอมนั้นบอกว่าเขาเช็กกับ ChatGPT แล้วว่าเคส (ปลอม) ที่ ChatGPT แนะนำมาเป็นเคสจริงใช่หรือไม่ ซึ่ง ChatGPT ตอบว่า “เป็นเคสจริง”

นอกจากนี้เขายังถาม ChatGPT อีกว่าเคส (ปลอม) อื่นๆ ที่ ChatGPT อ้างอิงนั้นเป็นเคสปลอมหรือไม่ ChatGPT ตอบว่า “ไม่ ทุกเคสเป็นเคสจริงและสามารถหาได้ในฐานข้อมูลทางกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับอย่าง LexisNexis หรือ Westlaw”

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงทั้ง 6 เคสนั้นไม่มีจริง คือ  ChatGPT อ้างข้อมูลปลอม แล้วก็โกหกไปจนตลอดเลย (เราแอบคิดว่า แทนที่จะถาม ChatGPT ทำไมเธอไม่ลองหาเคสพวกนั้นดูว่ามีจริงไหม หรือเพื่อความแน่ใจ ถึง ChatGPT จะบอกว่า “เป็นเคสจริง” ทำไมทนายคนนี้เธอถึงไม่ลองไปหาใน LexisNexis ที่ ChatGPT บอก ว่ามีจริงหรือไม่ หรือเขาอาจจะไม่มี subscription เพราะจำได้ว่า LexisNexis ถ้าจะหาอะไรต้องใช้ที่ห้องสมุดเท่านั้น หรือเขาไม่คิดว่า ChatGPT จะอ้างอิงเคสปลอม)

แต่เรื่องวินิจฉัยโรค เรายังคิดว่า AI จะมาช่วยได้ เพราะเราทุกคนรักษาตัวเองไม่ได้ AI จะวินิจฉัยถูกหรือผิด เราก็ต้องไปหาหมอให้หมอรักษาอยู่ดี

ถ้า AI สรุปถูก เราก็ประหยัดเวลา ประหยัดเงินในการวิ่งหาหมอโน่น นี่ นั่น ลองผิดลองถูกจนกว่าจะรู้แน่ว่าเป็นอะไร ถ้า AI สรุปออกมาผิด เราก็แค่เสียเวลาไปหาหมอคนหนึ่งแล้วหมอบอกว่าไม่ใช่ก็แค่นั้น

ข้างล่างเป็นลิงก์เกี่ยวกับเคสทนายนะคะ เผื่อใครสนใจ https://www.legaldive.com/news/chatgpt-fake-legal-cases-generative-ai-hallucinations/651557/           

You may also like

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บข้อมูลและรวบรวมสถิติวิจัยทางด้านการตลาด การวิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนนำมาปรับปรุง และควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอม ท่านยังสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ปกติ ยอมรับทั้งหมด