บทความโดย: คุณปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)
ปี 2025 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป เราไม่ได้คาดหวังว่าปีหน้าจะเข้าสู่ภาวะเงียบสงบ หลังจากผ่านภาวะสงครามชายแดน สงครามการค้า สงครามภาษีและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วผิดปกติ เราจึงเริ่มรู้สึกชัดเจนว่า เราไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤตชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคของความผันผวนถาวร โลกที่คลื่นลมไม่เคยเรียบ และไม่มีคำว่า “รอให้ทุกอย่างชัดก่อนค่อยตัดสินใจ” ได้อีกแล้ว
สำหรับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ ปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่แค่เรื่องการตั้งงบ การลดต้นทุน หรือการทำแผนประจำปี แต่คือการตั้งคำถามใหม่กับวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และโครงสร้างทั้งองค์กร ว่าเราพร้อมแค่ไหนกับโลกที่ลูกค้าเปลี่ยนเร็ว คู่แข่งเพิ่มขึ้นจากทุกทิศ และเทคโนโลยีอย่าง AI กำลังเขย่ากติกาเดิมทั้งกระดาน
ความท้าทายที่เราต้องเจอ 3 ประการ มีดังนี้
ประการแรกคือ “ดีมานด์ผันผวน ลูกค้าตัดสินใจช้าลง แต่คาดหวังมากขึ้น” โดยหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริหารแทบทุกอุตสาหกรรมสัมผัสได้เหมือนกัน คือ “ดีมานด์ไม่หาย แต่ไม่รีบ” ลูกค้ายังต้องการสินค้าและบริการ แต่ใช้เวลาคิดนานขึ้น เปรียบเทียบมากขึ้น และคาดหวังประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ในโลกดอกเบี้ยสูง ต้นทุนชีวิตเพิ่ม และข่าวร้ายจากทั่วโลก ลูกค้าทุกกลุ่มเรียนรู้ที่จะระมัดระวังมากขึ้น การตัดสินใจซื้อจึงไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจระยะยาว องค์กรที่ยังขายด้วยวิธีเดิม เน้นปริมาณ เน้นโปรโมชัน แต่ไม่เข้าใจ “เส้นทางการตัดสินใจ” ใหม่ของลูกค้า จะเริ่มรู้สึกว่ายอดขายมาเป็นช่วง ๆ และคาดการณ์ยากขึ้นเรื่อย ๆ
โจทย์ของผู้บริหารไม่ใช่แค่ถามว่า “จะขายได้กี่ชิ้น” แต่ต้องถามว่า เราเข้าใจพฤติกรรม ความกลัว และความคาดหวังของลูกค้ามากพอหรือยัง และระบบภายในของเรารองรับการตัดสินใจที่ช้าลงแต่ต้องแม่นยำขึ้นหรือไม่
ประการที่สองคือ “ต้นทุนและการแข่งขันสูงขึ้นพร้อมกัน” เพราะ “ต้นทุนที่สูงขึ้นมาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงกว่าเดิม” ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนเงินจากดอกเบี้ย ต้นทุนคนจากค่าแรงและการแย่งชิงทักษะ ต้นทุนเทคโนโลยีจากการลงทุนระบบใหม่ ๆ หรือแม้แต่ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านข้อมูลและความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน คู่แข่งไม่ได้มาจากบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันอีกต่อไป แต่รวมถึงแพลตฟอร์มต่างประเทศ บริษัทเทคโนโลยี และผู้เล่นรายใหม่ที่ใช้โมเดลธุรกิจเบากว่า เร็วกว่า และข้ามพรมแดนได้ทันที องค์กรไทยจำนวนมากจึงเผชิญสถานการณ์ “ต้นทุนแบบองค์กรใหญ่ แต่ต้องแข่งกับความคล่องตัวแบบองค์กรเล็ก”
ปี 2026 ผู้บริหารต้องมองการแข่งขันในมิติใหม่ ไม่ใช่แค่ใครถูกกว่า แต่ใครเร็วกว่า ใครเข้าใจลูกค้ามากกว่า และใครใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ประการที่สาม “เกมเปลี่ยนด้วย AI” จากเครื่องมือสู่การเปลี่ยนวิธีทำงานทั้งองค์กร เพราะหลายองค์กรเริ่ม “ใช้ AI” แล้วในรูปแบบของแชตบอท เครื่องมือเขียนเอกสาร หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล แต่ความท้าทายที่แท้จริงในปี 2026 คือ AI จะไม่หยุดอยู่แค่ระดับเครื่องมืออีกต่อไป มันกำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และโครงสร้างการตัดสินใจของทั้งองค์กร
AI ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่ “ใครทำงานเก่ง” แต่เป็น “ใครทำงานร่วมกับ AI ได้ดีกว่า” ทีมที่เคยต้องใช้คนสิบคน อาจเหลือสามคนที่มีทักษะสูงและใช้ AI เสริมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่องค์กรที่ไม่ปรับโครงสร้างทักษะ จะพบว่าคนเก่งเริ่มรู้สึกอึดอัด ระบบงานช้า และตัดสินใจไม่ทันเกม
สำหรับผู้บริหาร AI ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย IT อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์องค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และการพัฒนาคนในระยะยาว
ปี 2026 จะไม่ใช่ปีที่ง่าย แต่จะเป็นปีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารที่คิดไกล กล้าตัดสินใจ และลงทุนในสิ่งที่ถูกต้อง ได้สร้างความได้เปรียบระยะยาว เพราะโลกไม่เคยรอใคร และเกมใหม่กำลังเริ่มขึ้นทุกวัน สิ่งที่เราควรถามตัวเองไม่ใช่แค่ว่า “จะอยู่รอดไหม” แต่คือ “เราจะใช้ความผันผวนนี้ สร้างโอกาสให้เร็วและไกลกว่าคนอื่นได้อย่างไร”
