บทความโดย ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)

หากถามเจ้าของธุรกิจว่าช่วงเวลาไหนเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่สุด หลายท่านอาจจะบอกว่าช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ขณะที่บางคนบอกว่าเริ่มไม่ยาก แต่สร้างการเติบโตและรักษาธุรกิจไว้ให้ยั่งยืนยาวนานเป็นเรื่องยากกว่า
หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดของผู้ก่อตั้งธุรกิจ คือ ช่วงเวลาที่คิดว่าตนเองต้องลงจากตำแหน่งมาเป็นผู้ชม และหาทายาทหรือส่งไม้ต่อให้กับผู้บริหารคนถัดไป ซึ่งเข้าใจได้ว่า ผู้ก่อตั้งหลายคนก็จะทำใจลำบาก เพราะบริษัทที่ตนก่อตั้งมา ดำเนินธุรกิจมา จนวันหนึ่งที่จำเป็นต้องก้าวลงจากตำแหน่งไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม การทำใจให้ยอมรับว่ายากแล้ว แต่การวางแผนเพื่อรับรองความต่อเนื่องของธุรกิจ และสร้างความยั่งยืน เป็นประเด็นที่ท้าทายกว่าก็ว่าได้
สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามจนในบางครั้งเกือบจะสายเกินไป คือ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง การเปลี่ยนผู้นำจากเจ้าของธุรกิจไปสู่ผู้นำรุ่นต่อๆ ไปต้องใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบและการมองการณ์ไกล
ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงความสำคัญของการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ใครมีหน้าที่ หรือรับผิดชอบในการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง และรายละเอียดในแผนสืบทอด โดยเฉพาะปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกผู้สมัคร ไม่ว่าองค์กรจะตัดสินใจวิธีไหนระหว่างการแต่งตั้งผู้บริหารจากภายใน หรือการสรรหาผู้บริหารจากภายนอก และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการและลำดับความสำคัญที่ต้องพิจารณาในกระบวนการนี้ ทั้งนี้โดยรวบรวมข้อมูลบทเรียนเชิงลึกจากอุตสาหกรรมต่างๆ และกรณีศึกษาในองค์กรที่ทุกคนรู้จักมาวิเคระห์
ความสำคัญของการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
แผนการสืบทอดตำแหน่งที่ออกแบบมาอย่างดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญกับภาวะสุญญากาศของผู้นำโดยไม่คาดคิด เพราะเป็นการสร้างความต่อเนื่องและความมั่นคงทางธุรกิจ ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่น ลดการหยุดชะงัก และปลูกฝังความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นอกจากนี้ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งยังช่วยบ่มเพาะผู้มีความสามารถภายในองค์กร ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเติบโตและการพัฒนาไปพร้อมๆ กันด้วย
หน้าที่นี้ควรเป็นของใคร
การวางแผนสืบทอดตำแหน่งควรเป็นความพยายามร่วมกันของผู้นำ และผู้ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก แม้ว่าความรับผิดชอบสูงสุดอาจตกอยู่กับเจ้าของธุรกิจหรือ CEO ก็ตาม แต่การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องจะทำให้มีมุมมองที่หลากหลายและสามารถตัดสินใจแบบองค์รวมได้ดี
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการคัดเลือกผู้สมัคร
การประเมินผู้ที่มีศักยภาพในการสืบทอดธุรกิจ ให้พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น คุณสมบัติความเป็นผู้นำ วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ความเหมาะสมทางวัฒนธรรม ความรู้ในอุตสาหกรรม และความสามารถในการปรับตัว มองหาบุคคลที่ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความสามารถแต่ยังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับค่านิยมและเป้าหมายของบริษัทอีกด้วย
Internal Candidate vs External candidate
ความท้าทายหลักประการสำคัญ คือ ควรเลือก Candidate จากไหน ภายในหรือภายนอก หลายครั้งผู้บริหารเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง เพราะผู้สมัครภายในบริษัทมีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมและการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งอาจรับประกันได้ถึงการเปลี่ยนแ ปลงที่ราบรื่น
แต่ในทางกลับกัน ผู้สมัครภายนอกอาจนำมุมมองใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาด้วย
ดังนั้นทางเลือกที่เหมาะสม คือ บริบทขององค์กร ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร ซึ่งไม่สามารถพิจารณาเฉพาะปัจจัยภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงสถานการณ์ทางด้านการแข่งขัน เป้าหมายระยะยาวของบริษัทด้วย หลายครั้งที่ผู้บริหารชุดเดิมมัวแต่กังวลเรื่องความราบรื่นในการเปลี่ยนถ่าย และวัฒนธรรมองค์กร จนลืมเป้าหมายระยะยาว จนทำให้การเปลี่ยนผู้บริหารไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือสร้างโอกาสในการแข่งขันได้
เริ่มวางแผนอย่างไร
หลายคนเข้าใจว่า การวางแผนสืบทอดตำแหน่งจะทำเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดเท่านั้น หากแต่ในความจริง ตำแหน่งที่มีความสำคัญทางธุรกิจ (Critical role) แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดก็ควรมีการวางแผน
ประเด็น คือ องค์กรของท่านมีการระบุหรือกำหนดตำแหน่งที่สำคัญไว้หรือไม่ ความสำคัญนี้ขึ้นอยู่กับบริบทของธุรกิจซึ่งหลายองค์กรมองข้าม มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนั้นกำลังจะเกษียณอายุ วิธีการที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้ คือ การต่ออายุงาน โดยไม่ได้วางแผนการสืบทอดอย่างเป็นทางการ ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น องค์กรควรมีการรวางแผนสืบทอดตำแหน่ง โดยเริ่มจากการระบุตำแหน่งที่สำคัญที่ต้องมีการวางแผนสืบทอดอย่างเป็นระบบ มีการประเมินผู้มีศักยภาพในองค์กร ตามผลงาน ศักยภาพ และความพร้อม และมีแผนการพัฒนาโดยให้โอกาสการฝึกอบรมและการพัฒนาที่ตรงเป้าหมายเพื่อเตรียมผู้นำในอนาคต
นอกจากนี้ อาจใช้เทคนิคการเรียนรู้อื่นๆ เช่น การให้คำปรึกษาและการฝึกสอน โดยจับคู่ผู้สืบทอดที่มีศักยภาพกับที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดความรู้และการพัฒนาทักษะ ควรมีการสื่อสารอย่างเปิดเผยกับพนักงานเกี่ยวกับกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งเพื่อลดความไม่แน่นอนและเสริมสร้างความไว้วางใจ
ไม่ว่าองค์กรของท่านจะอยูในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจครอบครัว สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี หรือบริษัทข้ามชาติ หลักการสำคัญในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง คือ การวางแผนเชิงรุก การพัฒนาความสามารถ และการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผล รวมถึงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
Microsoft ต้นแบบการสืบทอดตำแหน่งผู้นำ
ตัวอย่างหนึ่งที่โดดเด่นด้านการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่นคือกรณี Microsoft ที่ได้ส่งมอบจาก Bill Gates ไปยัง Steve Ballmer และต่อมาเป็น Satya Nadella การวางแผนสืบทอดตำแหน่งอย่างพิถีพิถันของ Microsoft ช่วยให้เกิดวิสัยทัศน์ที่ต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็เปิดรับนวัตกรรมและความสามารถในการปรับตัว
การเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่นของ Microsoft สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลบุคลากรที่มีความสามารถภายในองค์กร และส่งเสริมวัฒนธรรมการพัฒนาความเป็นผู้นำ
ความท้าทายในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร Apple
การขาดแผนการสืบทอดตำแหน่งที่แข็งแกร่งทำให้เกิดความวุ่นวายในช่วงการเปลี่ยนดังกล่าว เช่น ในกรณีของ Apple ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านจาก Steve Jobs มาสู่ Tim Cook แม้ว่า Apple จะฟื้นคืนความมั่นคงในที่สุดภายใต้การนำของ Tim Cook แต่หากทุกคนจำได้ จะเห็นว่าช่วงเวลานั้นถือเป็นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นเสมือนการเน้นย้ำถึงอันตรายจากการวางแผนสืบทอดตำแหน่งที่ไม่เพียงพอ และการเปลี่ยนผ่านผู้นำที่ราบรื่น
ความเจ็บป่วยของ Steve Jobs และการจากไปในที่สุด ทำให้ Apple ไม่ทันระวัง เผยให้เห็นว่าบริษัทขาดแผนการสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แม้ว่า Jobs จะเลือก Tim Cook ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา แต่กระบวนการเปลี่ยนผ่านไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่ความไม่แน่นอนในหมู่นักลงทุน พนักงาน และผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญ Steve Jobs ไม่ได้เป็นเพียง CEO เท่านั้น หากแต่เขายังเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและความสมบูรณ์แบบของ Apple ส่งผลให้การจากไปของเขาเกิดภาวะสุญญากาศของผู้นำอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของ Apple ในการรักษาความได้เปรียบด้านนวัตกรรมโดยปราศจากคำแนะนำที่มีวิสัยทัศน์ของเขา
นอกจากนี้การขาดการสื่อสารที่โปร่งใสจาก Apple ในช่วงเวลานั้น เกี่ยวกับสุขภาพและแผนการสืบทอดตำแหน่งของ Jobs ทำให้เกิดการเก็งกำไรและความไม่แน่นอนในตลาด นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกทิ้งไว้ในความมืดมน เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของบริษัท
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำ แต่ในที่สุด Apple ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านการออกแบบ ภายใต้การนำของ Tim Cook โดย Apple ยังคงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง เช่น iPhone 4S, iPad Mini และ Apple Watch ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขอบเขตทางเทคโนโลยี
Tim Cook ตระหนักถึงความจำเป็นที่ Apple จะต้องพัฒนาไปไกลกว่าผลิตภัณฑ์หลักและเปิดรับเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ โครงการริเริ่มต่างๆ เช่น Apple Pay, Apple Music และการขยายไปสู่อุปกรณ์สวมใส่และบริการต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Cook ในการกระจายแหล่งรายได้ของ Apple และการเติบโตที่ยั่งยืน
Tim Cook ให้ความสำคัญกับการรักษาและการพัฒนาผู้มีความสามารถ เพื่อให้มั่นใจว่าตำแหน่งผู้นำที่สำคัญจะมีความต่อเนื่อง และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและการทำงานร่วมกัน แม้จะกังวลเกี่ยวกับปัญหาสมองไหลหลังงาน แต่ Apple ยังคงรักษาผู้มีความสามารถระดับแนวหน้าและยังคงดึงดูดผู้มีความสามารถหน้าใหม่ภายใต้การนำของ Cook ต่อไป
บทเรียนที่ได้รับจากการเปลี่ยนจาก Steve Jobs มาเป็น Tim Cook ของ Apple เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง การสื่อสารที่โปร่งใส และความเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ แม้ว่ากระบวนการนี้จะไม่ได้ปราศจากความท้าทาย แต่ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานของ Cook ความต่อเนื่องของวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในที่สุดทำให้ Apple ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยน CEO จาก Steve Jobs มาเป็น Tim Cook ที่ Apple ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความซับซ้อนของการสืบทอดตำแหน่งผู้นำในสภาพแวดล้อมขององค์กรที่มีความเสี่ยงสูง แม้ว่าเส้นทางจะเต็มไปด้วยความท้าทาย ความสามารถของ Apple ในการนำทางการเปลี่ยนแปลงและรักษาวิถีแห่งนวัตกรรมไว้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมองการณ์ไกลเชิงกลยุทธ์ ความสามารถในการปรับตัว และความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว
ท้ายที่สุดแล้ว การวางแผนสืบทอดตำแหน่งคือการรักษามรดกทางธุรกิจของคุณ และรับประกันความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป การลงทุนในการวางแผนสืบทอดตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่วันนี้ จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะเจริญรุ่งเรืองในอนาคต และละทิ้งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของคุณ เพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนต่อไป
