นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 15 ภายใต้หัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ที่จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเวทีการประกวดงานศิลปะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่แสดงถึงแก่นแท้ความคิดผ่านงานเสมือนจริง และงานศิลปะรูปลักษณ์
โดยผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย” โดย นายธีรพล สีสังข์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ดอยอ่างขาง” โดยนายบุญมี แสงขำ รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้แก่“Made in Thailand” โดยนายเญอรินดา แก้วสุวรรณ รับเงินรางวัล 400,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “ชีวิตใหม่ 2568/ New Life 2025” โดย นายระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์ รับเงินรางวัล 250,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย นายสิทธิ์ ออไอศูรย์ นายธีรพลโพธิ์เปี้ยศรี นางสาวนารา วิบูลย์สันติพงศ์ นายสุวิวัฒณ์ หวานอารมย์ นายอภิชา วรรณกสิณ และรางวัลชมเชยอีก 12 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด(มหาชน) และคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เกิดจากความตั้งใจของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art)
โดยในแต่ละปีมีศิลปินจากทั่วประเทศส่งผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพ และถ่ายทอดแนวคิดผ่านผลงานของตน การประกวดในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 15 โดยกำหนดหัวข้อการประกวดว่า “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อเน้นให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ดีงามที่มีมาแต่เดิม
โดยสนับสนุนให้ศิลปินในวงการศิลปะของประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงสืบสานอัตลักษณ์ รักษาคุณค่าความปราณีตของทักษะฝีมืออันประกอบด้วยแนวความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กันไป ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลงานของศิลปินได้สะท้อนความหลากหลายของมุมมอง และรากวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ
เวทีนี้จึงไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพทางศิลปะ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส และพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ โดยใช้ศิลปะเป็นพลังสร้างคุณค่าทางสังคม เชื่อมโยงชุมชน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกัน สืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าที่ดีงามอย่างยั่งยืน”
นายธีรพล สีสังข์ ผู้ชนะรางวัลช้างเผือก ในผลงานชื่อ “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย” เผยว่า “ผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะส่งผลงานเข้าประกวดมาหลายปี การได้รับรางวัลนี้จึงเหมือนความฝันที่เป็นจริง โดยแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้ที่สามารถปรับตัว และเติบโตได้ในทุกสภาพแวดล้อม เปรียบเสมือนวัฒนธรรมไทยที่ยังคงรากเหง้าแต่ปรับเข้ากับยุคสมัยได้อย่างงดงาม
ผลงานชิ้นนี้ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงานปั้น งานสาน และงานฝีมือ เข้ากับแนวคิดร่วมสมัย โดยออกแบบให้หมุนได้ คล้ายม้าหมุน แต่เปลี่ยนเป็น ช้าง เพื่อสื่ออัตลักษณ์ไทย และดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเรียนรู้ศิลปะสำหรับผมศิลปะไม่ใช่แค่ความงาม แต่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้ศิลปินและชุมชน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น”
นายบุญมี แสงขำ ผู้ชนะรางวัลชนะเลิศในผลงานชื่อ “ดอยอ่างขาง” เผยว่า “ผมส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดศิลปกรรมช้างเผือกตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 2554และในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไปผลงาน ดอยอ่างขาง มาจากคำชวนของลูกสาวที่อยากไปเที่ยว
โดยเข้าใจว่าจะมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ให้ได้เล่นสนุก แต่เมื่อเดินทางไปถึง ความคาดหวังนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจในทิวทัศน์อันงดงามของผลไม้และดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณ พื้นที่แห่งนี้เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นและไร่เลื่อนลอย
โดยพัฒนาเป็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ผลงานชิ้นนี้จึงสะท้อนคุณค่าจากสายพระเนตรอันยาวไกล ที่ไม่เพียงพัฒนาพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎร แต่ยังปลูกฝังแนวคิดให้คนรุ่นหลังรู้จักปรับตัว พัฒนา และต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ เพื่อสืบสาน รักษา และส่งต่อความงดงามนี้ต่อไป”
นายเญอรินดา แก้วสุวรรณ ผู้ชนะรางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ในผลงานชื่อ “Made in Thailand” เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ และภูมิใจอย่างยิ่งที่คณะกรรมการเล็งเห็นคุณค่า และมอบรางวัลให้กับผลงานชิ้นนี้ สำหรับคำว่า สืบสาน รักษา ต่อยอดในมุมมองส่วนตัว คือการสืบทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษ
โดยเฉพาะความทรงจำในวัยเด็กที่ได้รับการถ่ายทอดวิถีชีวิต และทักษะจากคนในครอบครัว ซึ่งคุณยายและคุณแม่เป็นช่างทอผ้า ทำให้ได้ซึมซับและนำมาต่อยอดเป็นผลงานผลงานชิ้นนี้สะท้อนถึงประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นไทย ผ่านการนำเทคนิคงานฝีมือ เช่น การเย็บ ปัก ทอ มาพัฒนาเป็นรูปแบบร่วมสมัย
โดยทุกองค์ประกอบล้วนมาจากภาพจำที่ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ ดิฉันเชื่อว่าศิลปะไม่เพียงหล่อหลอมจิตใจและเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แต่ยังสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าและรายได้ให้กับศิลปินและชุมชน พร้อมทั้งช่วยรักษาและส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน”
นายระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์ ผู้ชนะรางวัล CEO AWARD ในผลงานชื่อ “ชีวิตใหม่ 2568 / New Life 2025” เผยว่า “ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ผลงานชิ้นนี้ได้รับการยอมรับ และได้รับรางวัล แรงบันดาลใจหลักมาจากแนวคิด สืบสาน รักษา ต่อยอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอด
ผมเลือกใช้ฝักบัวที่กำลังร่วงโรย เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งเก่า ขณะที่ภายในยังคงมีจุดสว่างเล็ก ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนการกำเนิดของสิ่งใหม่ ที่พร้อมจะเติบโต งอกงาม และพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
สะท้อนถึงวัฏจักรของชีวิตและความจริงของธรรมชาติแนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับหลักธรรมทางพุทธศาสนา ที่ว่าทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป การดำรงอยู่จึงต้องอาศัยสติและการเรียนรู้ ศิลปะจึงเป็นทั้งเครื่องมือในการพัฒนาจิตใจ ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างโอกาสทางอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน”
ข้าพเจ้านำเรื่องราวความประทับใจในกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวของสังคมชนบทอีสานของตนเอง มาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์วิถี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยผ่านเทคนิคกระบวนการเย็บปักเส้นด้าย ร้องเรียงเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ผสานพลังความสามัคคี ก่อเกิดความสุขของการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สามารถปรับประยุกต์วิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกลมกลืน
โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสถึง “ความพอเพียงสร้างได้ก็ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” เป็นประโยคที่จุดประกายความคิดให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นถึงการมีส่วนร่วมจากส่วนรวม เพื่อสร้างสรรค์และสานสัมพันธ์ชุมชนไทยให้ยั่งยืนสืบไป
นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 15 จัดแสดงผลงาน“สืบสาน รักษา ต่อยอด” จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้ – 17 พฤษภาคม 2569 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-20.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และผลงานบางส่วนนำไปจัดแสดงให้ชมอีกครั้งในงาน SX2026 ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 Zone Better World ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
